gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: คิดไปคิดมาหลังสัมมนา "รับฟังความเห็นขนส่งมวลชน"  (อ่าน 3089 ครั้ง)

คิดไปคิดมาหลังสัมมนา "รับฟังความเห็นขนส่งมวลชน"

ออฟไลน์ กิมหยง

งานนี้ไม่ว่าจะเชิญหรือไม่เชิญอย่างไร

ก็จะนำมาประชาสัมพันธ์ให้ในเว็บ
และจะไปด้วยครับ  ก็เรื่องมันน่าสนใจครับ อย่างน้อย ๆ ไปฟังเหมือนครั้งที่ผ่านมาก็ยังดีครับ

car free day

  • บุคคลทั่วไป
ทีนี้ก็มาถึงสิ่งที่ต้องตั้งคำถามกันบ้างครับ

สิ่งที่กำลังคิด กำลังทำอยู่เป็นการจัดทำระบบขนส่งมวลชน
ซึ่งมีผลต่อคนทั้งหาดใหญ่ สงขลา หลายแสนคน
แต่ทำไมถึงรับฟังข้อคิดเห็นเพียงแค่ 20 - 30 คน

มีหลักเกณฑ์หลักการในการคัดเลือกผู้เสนอโครงการอย่างไรบ้าง
จริงหรือไม่ที่อื่นเป็นท้องถิ่นทำกันเอง
แต่ที่หาดใหญ่เรา ต้องใช้ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

คนบ้านเราไม่มีปัญญาศึกษากันใช่หรือไม่

เรื่องผู้เชี่ยวชาญ ไม่มีการเปิดเผยในหนังสือประกอบการสัมมนา
เลยไม่ทราบว่าเป็นใครที่ไหนบ้าง

ผู้จัดการโครงการนำผลงานของลูกศิษย์ ซึ่งตนเองเป็นที่ปรึกษาอยู่
มาประยุกต์เป็นหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก

เหมาะสมหรือไม่

โครงการนี้ สนข. ให้งบประมาณในการศึกษาหรือไม่
เท่าไร มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง


น่าคิด น่าติดตามครับ

หาเว็บ สนข จาก google ดูครับ จะเห็นว่า ใช้งบฯ ราวๆ 15 ล้าน

ออฟไลน์ Presence of Mind

ครั้งหนึ่งจากที่ผมเคยทำงานโครงการร่วมกับสถาบันวิจัยหนึ่งของมจธ.  แต่ไม่ใช่ศูนย์วิจัยและการพัฒนาการจราจรและขนส่ง (TDRC)

สิ่งหนึ่งที่พอจะช่วยได้ครับ  คือคณะกรรมการตรวจรับโครงการผมคิดว่าก็ต้องเป็นคนของ สนข. ต้องเป็นกลางและเข้มงวดจริงๆ ไหนๆเขาก็ได้งบมาแล้ว (น่าจะจ่ายเป็นงวดๆนะ) ซึ่ง สนข. เป็นเจ้าของ จ้าง มจธ. มาทำ ดังนั้นหากท่านละเลยข้อบกพร่องต่างๆแล้ว โครงการนี้ก็จะไม่น่าเชื่อถือ คนในพื้นที่ก็จะขาดการยอมรับ มีปัญหาตามมาแน่นอน

ดังนั้นถ้าคณะกรรมการตรวจรับเห็นข้อบกพร่องตรงไหน ก็มีสิทธิ์บอกให้ปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขให้เหมาะสมได้ใช่ไหมครับ เพราะนี่เป็นการสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่1 นี่ครับ ต้องตรวจสอบทุกขั้นตอนครับ

เกิดขึ้น  ตั้งอยู่  ดับไป

ออฟไลน์ กิมหยง

เอาวิทยานิพนธ์มาปรับปรุงต้องเรียกงบ 15 ล้านบาทเลยเหรอ

หรือว่าต้องไปดูงานรอบโลกครับ

ขอดูรายละเอียดการใช้งบประมาณแบบละเอียดได้หรือเปล่าครับ
ชี้แจงมาทุกบาททุกสตางค์ได้หรือเปล่าครับ

ถ้าประชาชน และสื่อมีสิทธิ์คิดว่าไม่โปร่งใส่ หมกเหม็ด
จะขอให้ทางผู้รับผิดชอบชี้แจงมาทุกรายละเอียดจะได้หรือไม่ครับ

ถ้าเราคิดง่าย ๆ จ้างเด็ก ญว. มาสักห้อง
ให้มานั้งนับรถทุก ๆ สาย
จดทุกรายละเอียด จ้างวันละ พัน สองพัน ห้องหนึ่ง 40 คน ก็ สี่ห้าหมื่นเอง
จากนั้นก็ศึกษาข้อมูลจาก สนข. บ้าง กรมขนส่งบ้าง หาจากอินเทอร์เน็ทบ้าง
หาจาก มอ.บ้าง

จากนั้นก็จ้างเด็กมาทำรายงาน เข้าปกก๋องก๊อง
แฟกซ์หนังสือเข้าร่วมประชุมสัก 20 30 ราย

และมันจะง่ายกว่ามาก ๆ
หากมีเด็กได้ทำไอ้อย่างที่ว่าไว้หมดแล้ว
จากนั้นก็อ้างอิงให้เครดิตสักเล็กน้อย

ไม่รู้ซิครับ ผมว่ามันแปลก ๆ และแปลกมากๆ

change


ออฟไลน์ กิมหยง

เรื่องอุบัติเหตุเส้น 407 นั้นคงเยอะจริง ๆ ครับท่าน

แต่ว่าจะสร้าง BRT บนเกาะกลางนั้นแสดงว่า ต้องตัดต้นไม้หมดหรือเปล่า
แล้วหากรถจะยูเทิร์นจะทำอย่างไร
จะมีผลอย่างไรกับอุบัติเหตุจะเพิ่มขึ้นหลังทำหรือเปล่า

แล้วเหมาะกับนิสัยของคนหาดใหญ่หรือเปล่า
เรายิ่งมีระเบียบวินัยเยอะอยู่ด้วย

ออฟไลน์ ลูกแมวตาดำๆ

ถ้าสร้างบนเกาะกลาง สาย 414 สายแบบ ลอยฟ้าแบบโนโวเทล น่าพอได้

สองข้างทางดนโวเทลเป็นต้นไม้วิวน่าดี อิอิ

ออฟไลน์ Presence of Mind

หุ หุ อย่างนี้สงสัยต้อง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินมั้งครับ หุ หุ
เกิดขึ้น  ตั้งอยู่  ดับไป

  • บุคคลทั่วไป
อยากให้คุณกิมหยง ตั้งหัวข้อ "ชมรมฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสาย หาดใหญ่-สงขลา"

คล้ายๆ ในกรณีการตั้ง หัวข้อตลาดน้ำคลองแห

หากจะผลักดันเส้นทางรถไฟเส้นนี้กันจริงๆ   ก็ควรจะตั้งนะ  เพราะข้อมูลเกี่ยวกับ รถไฟสายนี้ อยู่สะแปะสะปะไปหมด  น่าจะรวมๆไว้ เพื่อช่วยๆกันผลักดัน

ข้อมูลข้างล่างเอามาจากบล๊อกๆหนึ่ง

................................................

รูปที่ 1 : แสดงสถานีรถไฟสงขลาในอดีต


"การตั้งชมรมฟื้นฟูรถไฟสาย หาดใหญ่-สงขลา"[/b] เป็นการผลักดันในรูปแบบที่ได้ผลอย่างคาดไม่ถึง


ว่ากันด้วยประวัติของรถไฟเส้นทางสายนี้ เส้นทางรถไฟสาย หาดใหญ่-สงขลา ถือเป็นเส้นทางรถไฟสายแรกๆที่ก่อสร้างขึ้นในประเทศไทย และมีประวัติที่ยาวนาน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนมาถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เส้นทางรถไฟสายนี้ มีผลต่อการสกัดกั้นการยกทัพของจักรวรรดิญี่ปุ่น ในแผนการจะมีการระเบิด สะพานหลายแห่ง เช่นสะพานน้ำน้อย และมีการเตรียมกำลังพลไว้สกัดบริเวณ เนินภูเขาน้ำน้อย ซึ่งเป็นทางแคบ อีกทั้ง เส้นทางรถไฟสายนี้ ยังมีประวัติผูกพันธ์กับ คนหาดใหญ่-สงขลา มาเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นเส้นทางรถไฟสายนี้ จึงเป็นเส้นทางสายประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน ไม่แพ้เส้นทางรถไฟ สายกาญจนบุรีเลยทีเดียว



รูปที่ 2 : แสดงเส้นทางรถไฟสาย หาดใหญ่-สงขลา ถูกบุกรุก ในเขต อ.เมืองสงขลา


แต่ปัจจุบัน เส้นทางรถไฟสายนี้ กลับถูกละเลย และถูกปิดไป เพราะเหตุผลทางการเมือง และผลประโยชน์บางอย่าง

เรื่องที่น่าเศร้าคือ เส้นทางรถไฟสายนี้ กำลังถูกบุกรุก อย่างหนัก เนื่องจากข้ออ้างที่ว่า ไม่มีรถไฟวิ่งแล้ว จะปล่อยพื้นที่ให้ว่างไว้ทำไม

และปัจจุบัน มีการพูดถึงเรื่องการฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสายนี้ แต่จะฟื้นฟูได้อย่างไร หากไม่มีรถไฟวิ่ง โอกาสในการถูกบุกรุกก็จะมากขึ้น จนยากที่จะแก้ไขได้ในอนาคต




รูปที่ 3 : แสดงเส้นทางรถไฟสายสุพรรณบุรี ที่ถูกรักษารางไว้ด้วย รถไฟขบวน 355 ซึ่งมีแค่ 2 โบกี้เท่านั้น


รูปที่ 4 : แสดงหัวรถลาก ที่อาจจะสามารถนำมาวิ่งในเชิงการ "รักษาราง" และต่อพ่วงด้วยโบกี้ ขนส่งสินค้า ขนส่งมวลชน และการท่องเที่ยวขนาดเล็กได้  อาจจะใช้ในกรณีที่ รฟท. อ้างว่าหัวรถจักรไม่พอ



รูปที่ 5 : แสดงระบบขับเครื่องของรถลากแบบนี้ จะเห็นได้ว่า สามารถเอารถบันทุกมาดัดแปลงได้ไม่ยากเลย 



กรณีศึกษาในเรื่องนี้คือ [/b]เส้นทางรถไฟสายสุพรรณบุรี ที่แทบจะไม่สามารถ สู้กับถนนมอเตอร์เวย์ ที่ตัดตรงเข้าสู่ตัวจังหวัดสุพรรณบุรีได้เลย แต่ทว่า นายบรรหาร ศิลปะอาชา ซึ่งเป็นนายกรัฐมณตรีในขณะนั้น ได้แล่งเห็นแล้วว่า หากไม่มีรถไฟวิ่ง พื้นที่ทางรถไฟจะถูกบุกรุกอย่างแน่นอน จึงได้เกิดโครงการ รถไฟรักษาราง" [/b]  ซึ่งวิ่งวันละเที่ยว และทำให้เส้นทางรถไฟสายสุพรรณบุรี รักษาตัวตนเอาไว้ได้ และในอนาคต เส้นทางนี้จะไปเชื่อมกับภาคเหนือ เป็นรถไฟเส้นทางเศรษฐกิจ เหนือ-ใต้ หรือ เส้นทาง จีน-สิงคโปร์ โดยไม่ต้องวิ่งเข้ากรุงเทพฯ

จากตัวอย่าง เส้นทางรถไฟสายสุพรรณบุรี แสดงให้เห็นผลเป็นรูปธรรมแล้ว ว่า สามารถที่จะรักษารางได้ ดังนั้น คนหาดใหญ่-สงขลา จึงต้องคิดว่า ควรจะทำอย่างไร ให้เกิดรถไฟในรูปแบบ "รักษาราง"[/b]ให้เกิดขึ้นก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วการบุกรุกเส้นทางรถไฟสายนี้ จะมากขึ้นทุกวัน จนยากต่อการแก้ไขได้ในอนาคต

แต่รูปแบบที่จะทำให้เกิด "รถไฟรักษาราง"[/b] เกิดขึ้นนั้น มีหลายๆรูปแบบ เช่น รถไฟเชิงการท่องเที่ยว เพราะเป็นรถไฟสายประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสงครามโลก เช่นเดียวกับ รถไฟสายกาญจนบุรี หรืออาจจะขนส่งมวลชนขนาดเล็ก หรือขนส่งสินค้าขนาดเล็ก (ตามรูปที่ 4 และ 5)



รูปที่ 6 : แสดงรถไฟ LRT ที่สามารถนำมาวิ่งขนส่งมวลชนบนรางขนาด 1.00 ม. ได้ทันที่


รูปที่ 7 : แสดงการขนส่งสินค้า หากมีการสร้างรางไปถึงท่าเรือน้ำลึกสงขลา และสามารถใช้รางร่วมกับ LRT ได้ 

ซึ่งเมื่อเกิดรูปแบบ "รถไฟรักษาราง" [/b]เกิดมาขึ้นแล้ว ผลที่ได้คือ

1.จะไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติมจนอยากต่อการแก้ไข  (รูปที่ 2 )

2.สามารถที่จะพัฒนาต่อ จนกลายเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ หรือ รถไฟ LRT ของ หาดใหญ่-สงขลาได้  (รูปที่ 6)

3.และยังสามารถพัฒนาต่อจนกลายเป็น รถไฟขนส่งสินค้า เข้าท่าเรือน้ำลึก สงขลา ซึ่งจะเป็นแนวแลนด์บริจด์อีกแนวได้ (ในข้อนี้จะต้องมีการสร้างรางเพิ่มไปจนถึงท่าเรือน้ำลึกสงขลา)  (รูปที่ 7)

และจากที่อธิบายมาทั้งหมด คีย์เวริด์สำคัญ ก็คือ ต้องให้เกิดรถไฟในรูปแบบ "รถไฟรักษาราง" ให้ได้ก่อน[/b]



รูปที่ 8 : แสดงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน


แต่การจะทำให้เกิดรถไฟในรูปแบบรักษาราง[/b]นั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ง่ายนัก เพราะอย่างที่บอก มีทั้งคนได้ และคนเสีย อีกทั้ง หน่วยงานของกระทรวงคมนาคม ในนาม สนข. ที่ศึกษา เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีแนวโน้มว่า จะเลือก BRT ซึ่งก็คือรถเมล์ดีๆนี้เอง แต่เป็นรถเมล์ที่วิ่งในช่องทางพิเศษในถนน สาย 407 เท่านั้นเอง เรื่องนี้อาจมีผลประโยชน์ที่ซับซ้อน คงไม่สามารถลงรายละเอียดได้ เพราะมีเอกชนบางราย ผลักดัน BRT เต็มตัว และหากเกิด BRT ขึ้นจริงๆ เส้นทางรถไฟสาย หาดใหญ่-สงขลา ต้องใช้คำว่า "ตายสนิท" อย่างแน่นอน[/b]

และอย่างที่บอก คนหาดใหญ่-สงขลา แค่ไม่กี่คนที่รักเส้นทางรถไฟสายนี้ คงจะไม่สามารถต่อสู้กับหน่วยงานของรัฐ แบบ สนข. หรือกระทรวงคมนาคมได้ หากเราไม่รวมตัวกัน

ดังนั้น การรวมตัวกันผลักดันเส้นทางรถไฟสายนี้ จะสามารถทำให้เกิดพลังในการต่อรอง กับหน่วยงานใหญ่ๆได้ แต่ปัจจุบันนั้น การรวมตัวกันผลักดัน ค่อนข้างขนาดเอกภาพ ต่างคนต่างทำ จึงไม่เกิดพลัง สับสนกันไปหมด


รูปที่ 9 : แสดงการรวมตัวกันของภาคประชาชน  โดยใช้สัญลักษณ์คือ ผ้าคาดผมสีเขียว


รูปที่ 10 : แสดงธงสัญลักษณ์ขององค์กรภาคประชาชนองค์กรหนึ่ง




ดังนั้น ควรจะรวมตัวกันและตั้งเป็น "ชมรมฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสายหาดใหญ่-สงขลา" [/b]ตั้งเป็นชมรมขึ้นมา และจดทะเบียนเป็นองค์กรภาคประชาชน ต่อกระทรวงมหาดไทยให้ถูกต้อง จะทำให้มีกำลังต่อรองมากมายทีเดียว ซึ่งกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง หรือแม้กระทั้งกลุ่ม NGO ได้พิสูทธิ์ มาแล้ว ว่าสามารถต่อรองกับรัฐได้

ในองค์กรจะต้องมีการตั้งเป้าหมาย ระยะสั้น กลาง ยาว อย่างเป็นระบบ มีช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน มีสัญลักษณ์ร่วมกัน เช่น ป้าย ธง เสื้อ ตราสัญลักษณ์ ฯลฯ (รูปที่ 9 และ 10)



และจะต้องมีการขับเคลื่อนองค์กร หาแนวรวมทางความคิดเพิ่มเติม เช่นติดป้ายประกาศ จัดเวทีแสดงความคิดเห็น สร้างบอร์ดข่าว ติดต่อทางอินเตอร์เน็ต สร้างกิจกรรมต่างๆเช่น นำนักเรียนนักศึกษาไปถางหญ้า ริมทางรถไฟ เป็นต้น

องค์กรภาคประชาชนที่เข้มแข็ง มีพลังกว่าที่คิดมาก แค่ประชาชนรวมตัวกัน เอาจอบเอามีดไปคนละเล่มไปฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสายนี้กันเอง แค่นี้รัฐก็หนาวๆร้อนๆแล้ว แต่ต้องรวบรวมคนที่มีแนวคิดเหมืนกัน ในการฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสายนี้ ให้รวมเป็นกลุ่มก้อน หรือบางคนที่เข้าร่วมชมรมอาจจะมีตำแหน่งทางหน้าที่การงานใหญ่โต ก็จะทำให้ชมรมยิ่งมีพลังต่อรองเยอะขึ้นอีก และเมื่อมวลชนรวมกันได้ ภาคธุรกิจ ภาคการเมือง ก็จะเข้ามาสนับสนุนเอง

หากทำได้เส้นทางรถไฟสายนี้ จะเป็นของประชาชนโดยแท้จริง  หาก รฟท.ไม่ยอมให้ใช้เส้นทาง  พวกเราก็รวมตัวกันฟ้องศาลปกครอง งานนี้มีลุ้นแน่  แต่เหตุการณ์ ที่ว่า รฟท.  ไม่ยอม  คงเป็นไปได้ยาก  เพราะรฟท. จะเก็บเส้นทางให้หญ้าขึ้นรกไปทำไม  และจะมีเรื่องกับคน หาดใหญ่-สงขลา ไปทำไม

ถ้าเราไม่ช่วยกันเอง ใครจะมาช่วยเรา "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" สุภาษิตนี้ ยังใช้ได้ดีแม้เวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม[/b]



ผู้เขียนหวังว่า คงเกิด "ชมรมฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสาย หาดใหญ่-สงขลา"[/b] อย่างเป็นรูปธรรมในไม่ช้านี้


เครดิดรูปทั้งหมด : อยู่ในรูปแล้ว


http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=chuk007&month=10-2009&date=01&group=1&gblog=17

ออฟไลน์ กิมหยง

ดีครับ  จะรับพิจารณา และดำเนินการโดยเร็วที่สุดขอรับ

โอเป็ด

  • บุคคลทั่วไป
เมื่อวาน
น้ำมันขึ้นราคาไปอีก 2 เหรียญ

แหม...มันน่าจะขยับไปเป็นบาเรลละ 300 เหรียญ จริงๆ

แล้ววันนั้นคงจะได้รู้กันว่าขนส่งมวลชนระบบรางมีความหมายเพียงใด


ชีค เอาเหม็ด ยามานี

  • บุคคลทั่วไป
วันนี้เราขึ้นราคาน้ำมันอีกแล้ว 5 5 5

อภิสิทธิ์
ถ้ายูไม่รีบทำระบบขนส่งมวลชนทางราง หาดใหญ่ - สงขลา - ปาดังฯ วันนี้ละก็...
พอน้ำมันไอขึ้นไปถึง บาเรลละ 300 วันนั้นค่าก่อสร้างจะแพงขึ้นไปอีก

ไม่แน่ใจว่าที่จัดไปเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 52 ที่ ร.ร.ลีการ์เด้น นั้นเป็นการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 หรือเปล่า
หรือเป็นการประชุมที่จัดขึ้นเฉพาะกิจ
เพราะเข้าไปดูในเว็บของทีมงานที่ศึกษาแล้ว
ตรงลิงค์รับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ขึ้นว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการ ครับ

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]