gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 


ผู้เขียน หัวข้อ: ฝนตกอย่างนี้ อย่าปล่อยให้น้องสาวอับชื้น  (อ่าน 332 ครั้ง)

ฝนตกอย่างนี้ อย่าปล่อยให้น้องสาวอับชื้น

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

สูตินรีแพทย์แนะดูแลช่องคลอดในช่วงหน้าฝน (ไทยโพสต์)
ที่มา https://health.kapook.com/view47599.html

ในช่วงหน้าฝนอย่างนี้ หลายคนที่ละเลยการดูแลบริเวณจุดซ่อนเร้น อาจส่งผลให้บริเวณดังกล่าวติดเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณสาว ๆ ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน และความเปียกชื้นดังกล่าวยังเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคทางเพศสัมพันธ์ ที่อาจกระทบต่อการดำเนินชีวิตคู่และสุขภาพของผู้หญิงอย่างเรา ๆ ได้

          พญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ รพ.พญาไท 1 ให้ข้อมูลว่า ปกติแล้วสภาพช่องคลอดของผู้หญิงนั้นจะมีความสมดุลของความเป็นกรดและด่างอยู่ภายใน แต่เมื่อไรก็ตาม หากบริเวณช่องคลอดมีความเป็นด่าง ก็ถือเป็นสาเหตุหนึ่งของการติดเชื้อ ซึ่งความเป็นด่างนั้นมีสาเหตุมาจากความเปียกชื้นในช่วงหน้าฝน หรือแม้แต่การใส่กางเกงที่มีความกระชับแน่นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นสาเหตุของการเกิดปัญหาจุดซ่อนเร้นที่พบได้บ่อย ๆ โดยเฉพาะ "การติดเชื้อราในช่องคลอด"

          พญ.ธิศรา เผยว่า เนื่องจากในช่วงหน้าฝนนั้นอากาศจะชื้น จึงส่งผลให้เสื้อผ้าที่ซักตากนั้นไม่แห้ง ทำให้เกิดการติดเชื้อราได้ที่บริเวณช่องคลอด ส่งผลให้เกิดอาการคันและมีตกขาวที่บริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ควรซักและอบเสื้อผ้าให้แห้งสนิท และตรวจเช็คสภาพการใช้งาน หากพบเชื้อราควรเปลี่ยนชุดชั้นในใหม่ทันที นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาปฏิชีวนะในระหว่างเป็นหวัด ไอ จาม เพื่อป้องกันไม่ให้ยากลุ่มดังกล่าวไปกดภูมิคุ้มกันในร่างกายให้อ่อนแอลง จนเป็นสาเหตุการเกิดเชื้อราในช่องคลอดนั่นเอง

          นอกจากนี้ยังพบ "การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อพยาธิ" ที่ปนเปื้อนมากับท่อน้ำประปา หรือห้องน้ำสาธารณะที่ไม่สะอาด ก็เป็นอีกตัวการหนึ่งที่ทำให้บริเวณจุดซ่อนเร้น มีตกขาวมีสีเหลืองเป็นฟอง หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ดังนั้นคุณสาว ๆ จึงควรเลือกเข้าห้องน้ำที่มั่นใจว่าสะอาด หรือควรหลีกเลี่ยงการใช้ห้องน้ำสาธารณะ ขณะเดียวกันหลังการเข้าห้องน้ำ ควรเช็ดหรือซับบริเวณจุดซ่อนเร้นให้แห้งสนิท โดยไม่ปาดจากหน้าไปหลัง พร้อม ๆ กับการเลือกสวมใส่กางเกง หรือกระโปรงที่มีการระบายเพื่อป้องกันความอับชื้น

          คุณหมอธิศรา ยังกล่าวอีกว่า เชื้อโรคที่หลายคนคาดไม่ถึงในช่องคลอดอย่าง "เชื้อเริม" เป็นไวรัสชนิดเดียวกับโรคอีสุกอีใส (คนละสายพันธุ์) ที่ส่งผลให้คุณสาว ๆ เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน อาจมีอาการคัน เจ็บจี๊ด ๆ หรือปวดแสบปวดร้อน ต่อมาจะมีอาการบวม และอีก 2-3 วันจะมีตุ่มน้ำพองใสเหมือนหยดน้ำเล็ก ๆ มีขอบแดง ตุ่มน้ำมักจะแตกออกใน 24 ชั่วโมง และตกสะเก็ดเป็นแผลถลอกตื้น ๆ อย่างไรก็ตามตุ่มนั้นอาจจะรวมเป็นกลุ่มใหญ่ และเป็นแผลกว้างทำให้ปวดมาก

          สำหรับอาการดังกล่าวสามารถป้องกันได้ ด้วยการดูแลภูมิคุ้มกันภายในช่องคลอดให้มีความเป็นกรด เช่น ในระหว่างที่มีประจำเดือน ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ และล้างทำความบริเวณช่องคลอดด้วยน้ำสะอาด เนื่องจากเลือดประจำเดือนมีความเป็นด่าง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย

          สำหรับคุณสาว ๆ ที่มีรูปร่างท้วม และไม่ค่อยออกกำลังกาย ประกอบกับความอับชื้นบริเวณดังกล่าวนั้น คุณหมอเผยว่า สามารถพบ "การอุดตันรูขุมขนบริเวณหัวหน่าว" ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับหัวสิวและเกิดอาการเจ็บปวดได้ ดังนั้น การหลีกเลี่ยงหรือป้องกันอาการอุดตันดังกล่าว ทำได้โดยการอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย และเช็ดให้แห้งทันทีหลังการออกกำลังกาย หรือมีเหงื่อออกมาก ก็ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อบริเวณจุดซ่อนเร้นได้
ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]