gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: ขอบสนามการเมืองสงขลา นับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562  (อ่าน 5982 ครั้ง)

ขอบสนามการเมืองสงขลา นับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

ขอบสนามการเมืองสงขลา นับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562



คนไทยห่างหายการเลือกตั้งมานานและในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็มีรูปแบบการเลือกตั้งใหม่ โดยมีบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียวเลือกได้ทั้งผู้สมัครและพรรคการเมือง และพรรคการเมือต้องส่งผุ้สมัครในระบบเขตเพื่อให้มีโอกาสได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ การเลือกตั้งเที่ยวนี้เราจึงได้เห็นผู้สมัครมากมายหลายพรรคมาก

ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ขอใช้กระทู้นี้รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองในจังหวัดสงขลา และความน่าสนใจในระดับชาติเพื่อให้ได้ติดตามกันเพียงกระทู้เดียวในเว็บบอร์ดตะลุง ก่อนอื่นเริ่มกันที่การมาดูไทม์ไลน์ต่างๆ ก่อนถึงวันเลือกตั้งกันก่อน พรฎ.เลือกตั้ง 23 ม.ค.62 เปิดลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 28 ม.ค.19 ก.พ.62 4-16 มี.ค.62เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 17 มี.ค.เลือกตั้งนอกเขต/เลือกตั้งล่วงหน้า 24 มีนาคมวันเลือกตั้งใหญ่ ครั้งนี้ขยายเวลาเลือกตั้งเป็น 08.00-17.00 น. และ 24 พ.ค.วันสุดท้ายของการประกาศผลเลือกตั้ง 

ไทม์ไลน์เลือกตั้ง 

สถานที่เลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตเลือกตั้ง
ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

จำนวนประชากรและการแบ่งเขตเลือกตั้งของจังหวัดสงขลา



ข้อมูลล่าสุดในการนำมาเป็นฐานการแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดสงขลามีประชากรรวม 1,424,230 คน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1,068,299 คน แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 8เขตเลือกตั้ง มีสส.ได้ 8คน เท่ากับจังหวัดนครศรีธรรมราช และมากที่สุดของภาคใต้ ซึ่งเขตเลือตั้งต่างๆ มีดังนี้ (ดูตามภาพประกอบ)

ส่วนข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้งในระหว่างวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ มีผู้สมัครทั้ง 8 เขตเลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 148 คนจาก 20 พรรคการเมือง โดยจะมีการรับสมัครไปจนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ (หลังปิดการรับสมัครแล้วจะรวบรวมรายชื่อผู้สมัครให้ได้ติดตามกันครับ)   
ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

เลือกตั้งสงขลาคึกคัก มีผู้สมัครสส.8 เขตเลือกตั้งรวม 270 คน

ผ่านไปแล้วสำหรับการรับสมัครสส.ทั้ง 8 เขตเลือกตั้งของจังหวัดสงขลา ที่มีการเปิดรับสมัครกันมาตั้งแต่วันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยส่วนของจังหวัดสงขลา บรรยากาศการรับสมัครเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยรวม 5 วันมีผู้สมัครรับเลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 270 คน โดยแบ่งเป็น

- เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองสงขลา ผู้สมัคร 34 คน
- เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอหาดใหญ่ (เฉพาะเทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลเมืองคลองแห และตำบลคลองอู่ตะเภา) ผู้สมัคร 32 คน
- เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอหาดใหญ่ (เฉพาะเทศบาลตำบลคูเต่า ตำบลฉลุง ตำบลทุ่งใหญ่ ตำบลท่าข้าม เทศบาลตำบลน้ำน้อย เทศบาลเมืองควนลัง ตำบลทุ่งตำเสา และเทศบาลเมืองคอหงส์) และอำเภอนาหม่อม ผู้สมัคร 34 คน
- เขตเลือกตั้งที่ 4 ประกอบด้วย อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ และอำเภอสิงหนคร (เฉพาะตำบลม่วงงาม ตำบลบางเขียด เทศบาลตำบลชะแล้ ตำบลวัดขนุน และตำบลรำแดง) ผู้สมัคร 38 คน
- เขตเลือกตั้งที่ 5 อำเภอสิงหนคร (เฉพาะตำบลปากรอ ตำบลป่าขาด ตำบลทำนบ ตำบลชิงโค และเทศบาลเมืองสิงหนคร) อำเภอควนเนียง อำเภอบางกล่ำ และ อำเภอรัตภูมิ ผู้สมัคร 30 คน
- เขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอหาดใหญ่ (เฉพาะตำบลพะตง เทศบาลตำบลพะตง เทศบาลตำบลบ้านไร่ และเทศบาลเมืองบ้านพรุ) อำเภอคลองหอยโข่ง และอำเภอสะเดา (ยกเว้นตำบลสำนักแต้วและเทศบาลตำบลสำนักขาม) ผู้สมัคร 33 คน
- เขตเลือกตั้งที่ 7 ประกอบด้วยอำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอสะเดา (เฉพาะตำบลสำนักแต้วและเทศบาลตำบลสำนักขาม) ผู้สมัคร 32 คน
- เขตเลือกตั้งที่ 8 ประกอบด้วย อำเภอจะนะ และอำเภอเทพา ผู้สมัคร 37 คน

รวมผู้สมัครทั้ง 8 เขตเลือกตั้งมีจำนวน  270 คน 47 พรรคการเมือง โดยเขตเลือกตั้งที่4 เป็นเขตที่มีผู้สมัครสูงสุด 38 คน สำหรับรายชื่อผู้สมัครจะรวบรวมให้ได้ติดตามรายเขตกันต่อไป

ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

หน้าที่สส.มีแค่นี้เองที่ผ่านมาคิดว่าผู้แทนของคุณได้ทำสิ่งเหล่านี้เต็มที่แล้วหรือยัง
ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

เปิดรายชื่อผู้สมัครสส.สงขลา ทั้ง 8เขตเลือกตั้ง 270คน 47พรรคการเมือง

ถือเป็นการเลือกตั้งที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งมากที่สุดครั้งหนึ่งของจังหวัดสงขลาก็ว่าได้ ทุกเขตมีผู้สมัครสส.เกิน 30 คนแทบทั้งสิ้น ทีมงานเว็บกิมหยงขอนำรายชื่อผู้สมัครเขตต่างๆ มาฝากกันครับ
ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

กิมหยงแนะนำผู้แทน
ขอเชิญชวนผู้สมัครสส.ทุกท่าน ร่วมส่งภาพพร้อมข้อมูลที่อยากนำเสนอต่อพี่น้องประชาชนมาแนะนำผ่านหน้าเว็บไซต์และเพจเว็บกิมหยง โดยสามารถส่งได้ทางกล่องข้อความเพจ https://www.facebook.com/WebGimyong หรือทางอีเมลล์ webgimyong@gmail.com ส่งกันมาเยอะๆ พรรคใหญ่ พรรคเล็ก หน้าใหม่ หน้าเก่า เราประชาสัมพันธ์ให้หมดถ้าส่งมา
ขอบคุณครับ

เริ่มต้นกันเลย
กิมหยงแนะนำผู้แทน
แนะนำผู้สมัครพรรคลองไทย เขต2 สงขลา นางสาวเบญญาพร บุญโรจน์พงศ์ และผู้สมัครเขต8 นางสาววิไลลักษณ์ หลำขุน
ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

สมชาย เล่งหลัก พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 9 เขต 5 สงขลา   

อีกหนึ่งพรรคที่น่าจับตามองในสนามเลือกตั้งเที่ยวนี้ พรรคพลังประชารัฐ ที่ส่งผู้สมัครครบ 350 เขต ในส่วนของจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.รัตภูมิ ควนเนียง บางกล่ำ และสิงหนครบางส่วน ผู้ลงสมัครสส.ของพรรคือ นายสมชาย เล่งหลัก เบอร์ 9 รวมพลังขับเคลื่อน ต่อยอด สร้างชาติให้ยั่งยืน

ข้อมูลเพิ่มเติม FB : สมชาย เล่งหลัก พลังประชารัฐ สงขลาเขต 5
ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

ออฟไลน์ หาดใหญ่ใหม่

ส่องสนามเขต2 พื้นที่ไข่แดงแห่งสงขลาสมรภูมิของคนรุ่นใหม่เปิดศึกวัดใจชาวหาดใหญ่

สนามเลือกตั้งจังหวัดสงขลาเที่ยวนี้มีผูสมัครรวมถึง 270 คน 47 พรรคการเมือง ถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งที่ผู้เขียนจำความได้เลย พื้นที่เขต2 ซึ่งเป็นไข่แดงประกอบด้วยนครหาดใหญ่ เมืองคลองแห และคลองอู่เภา ซึ่งแน่น่อนว่าประชากรหลักนั้นอยู่ในเขตเมืองอย่างนครหาดใหญ่ เที่ยวนี้เขต2 มีผู้สมัครรับเลือกตั้งถึง 32 คน

เวทีนี้แชมป์เก่าคือนายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ อดีตสส.1 สมัยที่รับไม่ต่อมาจากคุณพ่อลาภศักดิ์ ที่เป็นนักการเมืองมาหลายสมัยและเป็นตระกูลธุรกิจรายใหญ่ของจังหวัดสงขลา การลงสมัครรับเลือกตั้งสมัยแรกในปี 54 เขาได้ 67,140 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น แต่เที่ยวนี้บริบททางการแข่งขันเปลี่ยนไปมากและกระแสพรรคก็เริ่มลดลงด้วย

ภิรพล แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่แต่เขากลับไม่ค่อยมีบทบาทบนโลกโซเชียล แทบไม่มีการอัพเดทความเคลื่อนไหวของตัวเองผ่านโลกโซเชียลแม้จะอยู่ในช่วงใกล้เลีอกตั้งแล้วก็ตาม ส่วนหนึ่งอาจมมาจากทีมงานของเขายังเชื่อมั่นในฐานคะแนนที่มีมาตั้งแต่รุ่นพ่อ เชื่อมั่นในพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าให้วิเคราะห์ก็ยังเชื่อว่านาทีนี้เขาคือเบอร์1 ในเวทีแห่งนี้ แต่เที่ยวนี้บอกได้คำเดียวว่าคู่แข่งเยอะและมีภาษีดีน่าสนใจหลายคนมาก อาทิ

ครูกอล์ฟ นายศาสตรา ศรีปาน หมายเลข 4 พรรคพลังประชารัฐ ที่ขึ้นภาพคู่ลุงตู่คนที่พรรคหนุนให้เป็นนายก โปรไฟล์ครูกอล์ฟ ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเป็นผู้บริหารโรงเรียนบุญเลิศอนุสรณ์ โรงเรียนศรีปัญญานุรักษ์ ครูสอนอังกฤษจิตอาสา มาในภาพของคนรุ่นใหม่มีแนวคิดทันสมัยบวกกับการได้อยู่พรรคใหญ่น้ำเลียงดี กระแสก็ค่อนข้างดีชื่อของศาสตรา ศรีปาน จึงน่าจับตาอย่างยิ่ง

ครูอีกคน ครูแนต อัครพล ทองพูน หมายเลข 9 พรรคอนาคตใหม่ พรรคที่กระแสแรงบนโลกโซเชี่ยลแต่ไม่รู้จะแรงในสนามเลือกตั้งด้วยหรือไม่ ครูแนต มาในภาพของคนรุ่นใหม่ตามสไตล์ผู้สมัครส่วนใหญ่ของพรรคนี้ และชูการลดความเหลื่อมล้ำกระจายการพัฒนาออกจากกรุงเทพมาสู่หัวเมืองต่างๆ เชื่อว่าพรรคนี้ถูกจริตคนหาดใหญ่หลายคนหากผู้สมัครเข้าถึงและตอบโจทย์เขาได้ก็มีโอกาสล้มแชมป์เช่นกัน

อีกหนึ่งครูที่มาในพรรคตรงข้ามทหารชัดเจนสำหรับครูเสรีย์ ว่าที่ร้อยตรีเสรีย์ นวลเพ็ง ผู้สมัครหลายเลข 1 พรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งยังไม่รู้ชะตาว่าพรรคจะได้ไปต่อถึงวันเลือกตั้งไหม อดีตนายกเสรีย์ผู้ข้ามห้วยมาจากเทศบาลเมืองบ้านพรุ ยังคงเดินหน้าหาเสียงต่อเนื่องและเจ้าตัวก็มั่นใจในกระแสตอบรับที่ดีด้วย เจ้าของสโลแกน กล้าคิด กล้านำ ทำจริง เป็นอีกคนที่น่าจับตาในสนามแห่งนี้

พูดถึงครูแล้วก็ของต่ออีก 2 ครู ครูนอม ประนอม ละอองแก้ว หมายเลข 3 พรรคชาติพัฒนา พรรคทางสายกลางที่มีโอกาสร่วมรัฐบาลได้กับทุกฝ่าย ครู่หนุ่มคนขยันบอกว่าถึงทุนจะน้อยและหน้าใหม่ในเวทีการเมืองแต่จะขอใช้ลูกขยันและลูกอ้อนวอนชาวหาดใหญ่เลือกเบอร์ 3 และยังมีครูครื้น บุญส่ง พรรคเพื่อชาติ คนนี้ใช้รจยย.พ่วงข้างลุยหาเสียงกันเลยเพราะว่าจะได้เข้าถึงทุกพื้นที่ซอยเล็กก็ลุยถึงหมด ครูครื้นว่าพันนั้น

ยังมีผู้สมัครอีกหลายคนที่น่าสนใจ สจ.รักษ์ เจษฎาพงศ์ ชูแก้ว หมายเลข 6 พรรคภูมิใจไทย พรรคน้ำเลี้ยงดีกระแสดีในหลายพื้นที่ภาคใต้ การทิ้งเก้าอี้สจ.มาสนามสส.ก็มีความหวังมากว่าชาวหาดใหญ่จะให้โอกาส ซึ่งพรรคภูมิใจไทย มีนโยบายที่ประชาชนให้ความสนใจหลายทั้ง กัญชาเสรี ยางโล70 และนโยบายเฉพาะพื้นที่ในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่ สจ.รักษ์ จึงเป็นอีกคนที่น่าจับตามองในสนามเขต2

พรรครวมพลังประชาชาติไทย ส่งนิพัทธ์ภารดากาล ศิริรัตน์ หมายเลข 7 อีกคนที่ข้ามห้วยมาจากคอหงส์ อดีตสจ.และผู้สมัครนายกคอหงส์ ลุยเขต2 หวังดึงแฟนคลับกปปส.และลุงกำนันมาช่วยเพิ่มคะแนนให้ตัวเอง อีกชื่อที่ต้องจับตา ประเสริฐ สุวรรณวงศ์ หมายเลข 12 พรรคพลังท้องถิ่นไท นามสกุลนี้ทุกคนรู้จักเขาคือหลานชายอดีตนายกเคร่ง ตระกูลนี้ลงสนามไหนคู่แข่งไม่กล้าประมาทแน่ๆ ชาญธาดา ปวินท์ธนาธร หมายเลข 10 พรคเสรีรวมไทย ก็เป็นอีกคนที่ลุยหาเสียงมานนานและแฟนคลับหัวหน้าพรรคมีเยอะเสียด้วย   

นี่คือผู้สมัครเพียงบางส่วนที่นำมาแนะนำกันเขต 2 มีผู้สมัครรับเลือกตั้งถึง 32 คน แต่จะมีเพียงคนเดียวที่ได้เข้าสภาทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียง เป็นผู้แทนแทนเราในการขับเคลื่อนประเทศ ถึงนาทีนี้อยากถามทิ้งท้ายว่าคุณมีใครในใจหรือยังสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562  อย่าลืมหาข้อมูลผู้สมัครก่อนการตัดสินใจเข้าคูหาเพราะเที่ยวนี้กาได้แค่เบอร์เดียวใบเดียวเท่านั้น
หาดใหญ่ใหม่ www.facebook.com/hatyaimai
เมืองหลวงภาคใต้ หลากหลายเรื่องราว บอกเล่าแบ่งปัน

ออฟไลน์ Aalanta

ถือได้ว่าเป็นข้อมูลดีมากๆ เลยครับ

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

ม.หาดใหญ่ จัดเวทีนักการเมืองพบประชาคมหาดใหญ่ 12 พรรคร่วมปราศรัยแนะนำนโยบาย

คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จัดกิจกรรมพิเศษส่งเสริมและสร้างความตื่นตัวให้กับนักศึกษาและผุ้สนใจทั่วไป โดยจัดเวทีพรรคการเมืองพบประชาคมหาดใหญ่ เชิญ 12 พรรคร่วมนำเสนอนโยบาย พลังท้องถิ่นไทย ส่งฟิล์ม รัฐภูมิ ร่วมปราศรัยเรียกเสียงกรี๊ดสนั่นห้องประชุม

สำหรับเวทีปราศรัยพรรคการเมืองพบประชาคมหาดใหญ่ ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์กีฬาและกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ โดยมี ดร.วิทวัส ดิษยศริน สัตยารักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ ร่วมให้การต้อนรับ และมีตัวแทนจาก 12 พรรคการเมืองเข้าร่วมเวที ประกอบด้วย

พรรคประชาธิปัตย์ คุณวิรัตน์ กัลยาศิริ
พรรคพลังประชารัฐ คุณศุภสัณห์ หนูสวัสดิ์
พรรคครูไทยเพื่อประชาชน คุณวิรัช จันทร์เกิด
พรรคภูมิใจไทย คุณเจษฏาพงศ์ ชูแก้ว
พรรครวมพลังประชาชาติไทย คุณปรีชา สุขเกษม
พรรคพลังท้องถิ่นไท คุณรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ (ฟิล์ม รัฐภูมิ)
พรรคชาติพัฒนา คุณมนตรี แก้วแพง
พรรคชาติไทยพัฒนา คุณจรัญ อรุณพันธุ์
พรรคไทยศรีวิไลย์ คุณณมน คงแก้ว
พรรคประชาชาติ คุณอัศวิน สุวิทย์
พรรคประชานิยม คุณพลัง ว่องกิตติพัฒน์
พรรคภราดรภาพ คุณสมศักดิ์ เพ็ชรยอดศรี
พรรคพลังปวงชนไทย คุณสุบรรณ สุวรรณรัตน์

ซึ่งในเวทีปราศรัยตัวแทนพรรคส่วนใหญ่ต่างกล่าวถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาราคายาง ราคาปาล์ม ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ โดยการปราศรัยของอดีตดาราหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ เป็นช่วงเวลาที่ได้รับความสนใจและเรียกเสียงกรี๊ดจากนักศึกาาได้มากที่สุด โดยเฉพาะนโยบายธนาคารไอเดียที่จะมีทุนให้เด็กไทยเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่วัยเด็ก และยังมีนโยบากัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทย ที่มีคนให้ความสนใจ นโยาบมารดาประชารัฐดูแลตั้งแต่ท้องของพรรคพลังประชารัฐ

โดยรูปแบบการปราศรัยในวันนี้ได้ให้ผู้สมัครกล่าวถึงนโยบายพรรคคนละ 12 นาที และตอบคำถามคนละ 1 คำถาม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปปด้วยความเรียบร้อยและรอยยิ้มของบรรดาผู้สมัครต่างพรรคที่ได้มาพบกันในเวทีแห่งนี้   
ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

ว่าด้วยเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะเขต 2-3-6-7

การเลือกตั้งใกล้เข้ามาแล้ว 24 มีนาคม คือวันเลือกตั้งจริงหลายคนที่เป็นประชากรใหม่อาจงงๆ และมคำถามตกลงตัวเองอยู่เขตไหนกันแน่ โดยเฉพาะเขต 2 กับ 3

พี่คนหนึ่งบ้านอยู่หลังวัดคอหงส์เอ่ยถามผมด้วยความสงสัยว่าบ้านพี่อยู่เขตไหนกันแน่นิ ปากทางมีแต่ป้ายเขต2 พอเลี้ยเข้าบ้านเห็นป้ายเขต3 ตอนรถหายไปแจ้งความสภ.คอหงส์เขาก็ไล่ไปสภ.หาดใหญ่ หนุกหนานกันจริงเมืองนี้

เลยแนะนำไปว่าให้ยึดตามทะเบียบ้านเป็นหลักบ้านอยู่ตำบลไหนก็เลือกตั้งในเขตนั้น ซึ่งในความเป็นจริงตำบลหาดใหญ่กับตำลคอหงส์ แทบแยกกันไม่ออกว่าเขตไหนสิ้นสุดแค่ไหน เพราะเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เขาขยายมากินพื้นที่บางส่วนของของตำบลคอหงส์ เลยเปลี่ยนชื่อพื้นที่นั้นเป็นตำบลหาดใหญ่ไปโดยปริยาย

พื้นที่สับสนของเมืองจะอยู่ที่ถนนเพชรเกษมเมื่อข้ามคลองเตยไปทางแยกคอหงส์ ฝั่งห้างบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า พื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่จะขยายเข้าไปแค่ 300เมตร เช่นเดียวกับถนนกาญจนวณิชย์จากแยกคอหงส์ไปจนถึงหน้าสวนสาธารณะ เขตนครหาดใหญ่ก็แค่ 300 เมตรจากถนนใหญ่เช่นกัน

ชาวชุมชนคลองเตย คอหงส์ คลองเปล ซึ่งพื้นที่เหล่านี้หลายคนอาจสับสนว่าเขตไหนกันแน่ ขนาดคนติดป้ายก็ติดล้ำ ติดเลยเขตไปตั้งหลายป้าย อันนี้ไม่รู้ผิดกฎกกต.ไหมน่ะครับ หาเสียงข้ามเขตกันเลย จากแยกคอหงส์ไปฝั่งม.อ.จนถึงหน้าแมคโครก็เช่นกัน ริมถนนฝั่งม.อ.ติดเขตหาดใหญ่แค่ 300 เมตรที่เหลือเขตคอหงส์เช่นกัน ทุกวันนี้ม.อ.เขายังสับสนเลยว่าตัวเองอยู่เขตกันแน่ เอาเป็นหน้าครึ่งหน้าใหญ่ ครึ่งหลังคอหงส์ แบ่งๆ กันน่ะครับ

เช่นเดียวกับโซนหาดใหญ่ใน จากหน้าอำเภอเมื่อข้ามคลองอู่ตะเภาไปจนถึงแยกสนามบินนอก พื้นที่ริมถนนก็เป็นเขตนครหาดใหญ่ แต่เข้าซอยไป 300 เมตรก็เป็นเขตควนลัง ด้านหลังวัดหาดใหญ่ในมีติดเขตท่าช้างบางกล่ำด้วย จึงไม่แปลกที่จะเห็นป้ายผู้สมัครเขต2 ไปติดแถวแยกวัดท่าเคียน ซึ่งเป็นพื้นที่เขต3

ถ้าคนแบ่งเขตเป็นคนในพื้นที่รู้จักพื้นที่จริงๆ เขาคงไม่แยกหาดใหญ่กับคอหงส์ออกจากกันเพราะเป็นพื้นที่ทับซ้อนและต้องอาศัยการพัฒนาร่วมกัน ถ้าให้ดีเขต 2ควรประกอบด้วยตำบลหาดใหญ่ คองหส์ ควนลัง แต่เพราะต้องประชากรเป็นเกณฑ์เลยได้พื้นที่ออกมาแบบนี้

เขต6 พื้นที่หลักคืออำเภอสะเดา แต่ตัดตำบลสำนักแต้วกับสำนักขามไปเขต7 มาบวกคลองหอยโข่งเต็มอำเภอ และหาดใหญ่อีก 2 ตำบลคือบ้านพรุ และพะตง ถ้ามองในชัยภูมิสำนักแต้ว สำนักขามเหมือนจะใกล้นาทวีแต่หากมองการเดินทางเขาไม่ไกล้กันเลยเพราะพื้นที่เขาต่อกันด้วยป่ากับเขาการเดินทางต้องใช้คลองแงะ-นาทวีเป็นทางหลัก

สะเดา เป็นอำเภอที่ต้องการการผลักดันพัฒนาเป็นเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งการค้าชายแดน การขนส่งทางราง การท่องเที่ยว และเกษตรกรรม น่าจะรวมให้เป็นเขตเดียวกันเพื่อให้มีผู้แทนเข้าไปผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ส่วนเขต7 นาทวี สะบ้าย้อย ยกให้ไปเลย 1เขตไม่ต้องมาบวกสะเดาบางส่วนแบบนี้หรอกครับ   

ในอนาคตการเลือกตั้งครั้งต่อไปคงมีการขยับปรับเปลี่ยนเขตกันอีก ในการเลือกตั้งเที่ยวนี้อำเภอที่ถูกแบ่งก็มี หาดใหญ่ แบ่ง 3เขต สะเดา 2เขต และสิงหนคร 2เขต เที่ยวหน้าเขาจะขยับอย่างไรค่อยว่ากันแต่เที่ยวนี้อย่าลืมศึกาาข้อมูลตัวเอง ข้อมูลผู้สมัครในเขตของเรา เพื่อพร้อมไปใช้สิทธิ์ในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 เวลา 08.00-17.00 น.กันน่ะครับ

   


 
ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

กำนันสุเทพ นำทัพรปช.เปิด 4เวทีที่สงขลาโวทำยางโล80 ไม่ร่วมทักษิณเด็ดขาด

“กำนันสุเทพ” นำทัพผู้ก่อตั้งพรรค รปช.และ ส.ส.สงขลาตั้งเวทีปราศัยวันเดียวสี่อำเภอ ย้ำชาวบ้านที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนต้องมีพื้นที่ทำกินราคายางพาราต้อง 80 บาทขึ้นไปทำเพื่อประชาชน

27 ก.พ.62 ที่จังหวัดสงขลา นายสุทเพ เทือกสุบรรณ ประธานคณะทำงานเดินรณรงค์สมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติและผู้ร่วมจัดตั้งพรรค กรรมการบริหารพรรค​ อาทิ​ รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ​และ นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ​ ผู้สมัคร​ ส.ส.บัญชี​รายชื่อ​ พร้อมผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดสงขลาตั้งเวทีปราศรัย พูดคุยกับชาวบ้านถึงถึงนโยบายของพรรครวมพลังประชาชาติไทย และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยมีการเปิดเวทีปราศรัย รวม 4 จุด ได้แก่ ในพื้นที่อำเภอนาทวี อำเภอควนเนียง อำเภอเมือง อำเภอหาดใหญ่ โดยมีผู้คนสนใจเนืองแน่นทุกเวที

รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ได้พูดถึงเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนที่ให้มีการปฏิรูปการเมือง แต่ก่อนที่จะทำการปฎิรูปพรรครวมพลังประชาชาติไทยจะต้องเริ่มจากการเป็นรูปนักการเมืองของเราก่อนเพราะการเมืองที่ผ่านมาพรรคแต่ละพรรคล้วนแล้วแต่มีนายทุนมีคนสนับสนุน จะเห็นได้ว่านักการเมืองจะเดินเข้าหาประชาชนคือก่อนที่จะเข้ามาหย่อนบัตรเลือกตั้งหลังจากนั้นก็ไม่มาหาจะมาอีกครั้งก็ตอนเลือกตั้งใหม่ พรรครวมพลังประชาชาติไทยจึงต้องการขับเคลื่อน การปฏิรูปการเมืองการ คอรัปชั่น ซึ่งการทุจริตคอรัปชั่นคือปัญหาใหญ่ การปฏิรูปราชการแผ่นดิน

เราอยากเห็นจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีความผูกพันมีความเข้าใจที่สำคัญประชาชนในจังหวัดมีส่วนร่วมที่จะเป็นผู้คัดเลือกผู้ว่าราชการเองเราต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีตำแหน่ง 4 ปีไม่ใช่ปีสุดท้ายก่อนเกษียณอายุมีการส่งผู้ว่าเข้ามาซึ่งสุดท้ายก็จะไม่ได้ทำอะไรเลยและ ประชาชนจะต้องมีส่วนรับรู้ในการพัฒนาแผนจังหวัดส่วนงบประมาณไม่ต้องไปผ่านกระทรวงทบวงกรมผ่านโดยตรงถึงมือผู้ว่าเพื่อที่จะได้บริหารจัดการความต้องการของพี่น้องประชาชน การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำพรรครวมพลังประชาชาติไทยไม่ต้องการให้ใครเอาความเหลื่อมล้ำไปสร้างความแตกแยกที่เกิดขึ้น นักการเมืองบางคนแบ่งพรรคแบ่งพวกแบ่งฝ่าย

ครั้งหนึ่งเคยมีรัฐบาล ที่บอกว่ารับจำนำข้าวทุกเมล็ด เกวียนละ 15,000 บาท แต่ถามว่าตั้งทำไมก็ไม่มีคำตอบให้แต่ทำไมยางขายกิโล 3 กิโล 100 การเพิ่มเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,500 บาท ส่วนผู้พิการก็จะสร้างอาชีพให้คนพิการมีงานทำ คนพิการก็ถือว่าเป็นผู้มีความสำคัญเช่นกันส่วนการเกษียณอายุไม่ควรเกษียณอายุแค่ 60 ปีเพราะบางคนยังสามารถทำงานได้ การปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม เราจะปฏิรูปให้เป็นตำรวจของประชาชน เพราะที่ผ่านมาตำรวจมีการย้ายข้ามไปข้ามมา เราต้องการสร้างตำรวจมืออาชีพตำรวจของประชาชนตำรวจของจังหวัดเพื่อที่จะดูแลประชาชนได้


ด้าน ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บอกว่าวันนี้คาดไม่ถึงว่าพี่น้องชาวอำเภอนาทวีจะมากันเยอะขนาดนี้ เป็นอะไรทำทำให้พวกเราพรรครวมพลังประชาชาติไทยมีกำลังใจจากนั้นได้พูดถึงสิ่งที่ทุกคนต้องทำคือพรรครวมพลังประชาชาติไทยรักชาติ จะต้องชื่นชม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทั้ง 3 สถาบัน แต่ไม่ใช่ทุกพรรคเหมือนกับพรรคไทยรักษาชาติที่ กำลังถูกศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา กระทำการอันเป็นประวัติกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข บังอาจ นำเสนอชื่อพระบรมราชวงศ์ชั้นสูง เสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีเป็นการบังอาจและไม่สมควร อุดมการณ์เรื่องที่ 2 พรรครวมพลังประชาชาติไทย เราต้องอนุรักษ์ของเดิม และต่อยอดด้วยความทันสมัย คือต้องการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปซึ่งถือว่าเป็น ความต้องการของ กกปส. อุดมการณ์ที่ 3 เราเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ถือเอาประชาชนเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินในภาคประชาชนเราต้องรับใช้ประชาชน เหมือนกับที่กำนันสุเทพเดินไปทั่วทุกจังหวัดเพื่อไปรับฟังปัญหา ของพี่น้องประชาชนเพื่อนำมาปรับเป็นนโยบาย

ส่วนทางด้านนางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ ยังบอกอีกว่าการที่เราลงเดินคารวะแผ่นดินเพื่อที่จะรู้ปัญหาของพี่น้องประชาชนรู้ปัญหาของแต่ละจังหวัดเป็นสิ่งที่มองได้ว่าเราใส่ใจพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการปฏิรูปเรื่องของการศึกษาจะต้องให้มีการเรียนสายวิชาชีพมีการเรียนฟรีและมีงานรองรับ

จากนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ขึ้นเวทีปราศัยเป็นคนสุดท้ายเมื่อขึ้นบนเวทีชูมือเข้ากับจังหวะเพลงสู้ไม่ถอยเพื่อเรียกเสียงเชียร์จากพี่น้องประชาชน ชาวบ้านบางคนเดินออกมาจับไม้จับมือ มอบพวงมาลัยให้ กับลุงกำนันสุเทพ ซึ่งสร้างความคึกคักให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมปราศรัยในครั้งนี้จากนั้นได้ เล่าถึงความหลังที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องประชาชน พี่น้องที่รักแผ่นดินเสียสละมาก เสียสละความสุขส่วนตัวเสียสละเวลาที่จะทำมาหากินนอนกลางดินกินกลางถนนเจอทั้งร้อนทั้งฝนและจะหนาว แก๊สน้ำตาเจอลูกระเบิดเจอเอ็ม 79 เจอเอ็ม 16 ซึ่งทุกคนลงทุนมากและเสียสละมากถือเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานที่สุด เท่าที่ประชาชนในโลกนี้เข้ามาต่อสู้กับรัฐบาลทรราช ไม่มีที่ไหนเหนือกว่ามวลมหาประชาชนในที่นี่อีกแล้วสู้กับประชาชน 204 วัน

บางคนเสียเลือดเนื้อ โดนระเบิดโดนยิง 900 กว่าคน ได้รับบาดเจ็บ บางรายถึงกับทุกคลภาพ 24 คนเสียชีวิต มีทั้งผู้หญิงผู้สูงอายุคนหนุ่มสาวคนเรานั้นคือวีรชนที่อยู่ในหัวใจตลอดเวลา เป็นวีรชนที่ไม่มีใครจารึกให้ไม่มีใครสร้างอนุสาวรีย์ให้แต่จะอยู่ในใจของพวกเราทุกคนที่ร่วมกันต่อสู้ที่เราไม่ได้เพราะเรามีวันนี้ ที่เรามีวันนี้ได้เพราะเรามีวันนั้นกันที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นการที่จะบอกกับพี่น้องทุกคนว่า ให้ทุกคน รำลึกถึงอดีต วันนี้จะเข้าสู่ เรื่องของเวลาการเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้จะเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งจะเป็นการชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย อนาคตของประชาชนคนไทย เพียงอีกไม่กี่วัน คาดว่าน่าจะมีเวลาอีกประมาณ 25 หรือ 26 วันก็จะถึงการเลือกตั้งแล้ว หลายคนสินใจได้แล้ว ว่าจะเลือกใครพรรคไหนแต่ยังคงมีอีกหลายคนที่ลังเล ไม่รู้จะเลือกใครดี

เพราะฉะนั้นเวลาช่วงนี้ก็จะมีคนปรึกษาหารือกัน จะทำยังไงดีจะเลือกใครจะเลือกพรรคไหน วันนี้ขอร่วมสนทนาด้วยขอร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพี่น้องประชาชนด้วย โดยมีข้อสมมติฐานที่ตั้งเป็นโจทย์ เราต้องตั้งคำถามขึ้นมาก่อนว่าเลือกตั้งครั้งนี้เราจะได้อะไรมาบ้าง ต้องตั้งคำถามนี้กับตัวเอง กับคนใกล้ชิดข้อที่ 2 คือเลือกตั้งคำนี้แล้ว จะเป็นประโยชน์กับชาติไทยของเราอย่างไรบ้างจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยอย่างไรบ้าง เลือกตั้งครั้งนี้จะเกิดอะไรกับประเทศไทย ถ้าเราหาคำตอบ 2 ข้อนี้ได้เราก็จะเดินเข้าไปในครัวเลือกตั้งและทำการเลือกบุคคลเลือกพรรคการเมือง ประชาชนคนธรรมดาจะได้ประโยชน์อะไรจากการเลือกตั้ง ต้องถามตัวเองว่าเรามีปัญหาอะไรอยู่มีความทุกข์มีความกลุ้มใจอะไรอยู่

และคนที่จะอาสาสมัครเป็นผู้แทนราษฎร หรือพรรคการเมืองที่มาเสนอตัว นั้นจะเข้ามาแก้ปัญหาแก้ความทุกข์ให้ได้หรือไม่ ซึ่งทุกข์ของประชาชนนั้นมีอยู่เยอะ บางคนมีความทุกข์ เรื่องที่ดินทำกินจนตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นพ่อ ที่อยู่ในป่าสงวนเมื่อเจอเจ้าหน้าที่ก็จะเจอข้อหาบุกรุกป่าสงวน เลือกตั้งเขานี้ใครจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้วันนี้ขอยืนยันว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทยพรรค ของประชาชนพรรคเดียวที่เป็นของประชาชนโดยแท้จริงเมื่อเป็นพระของประชาชนเราจึงมีนโยบายและตั้งใจแน่วแน่คือช่วยเหลือประชาชน คนที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง 4,341ครอบครัวจะต่อสู้ให้ทุกคนได้โฉนดที่ดิน หมดทุกครอบครัว อดีตที่ผ่านมาเคยทำเรื่องเอกสารสิทธิ์ ให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตป่าสงวนซึ่งในตอนนั้นทำคนเดียวไม่สามารถทำให้ได้ทุกคน พอมีคนอิจฉาหาว่าแจกที่ดินทำกินโดยให้ประชาชนโดยมิชอบ

วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะต้องยืนหยัด เคียงข้างเราเพื่อจะปฏิรูปให้พี่น้องประชาชนมีพื้นที่ทำกินตอนนี้จะไม่กลัวใครแล้วเพราะไม่มีตำแหน่งใดๆทางการเมือง เป็นเพียงหนึ่งในผู้ร่วมจัดตั้งทำหน้าที่เป็นเพียงที่เลี้ยงเป็นผู้ช่วยเป็นโค้ช การออกมาต่อสู้ในครั้งนี้จะต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนราษฎรตำแหน่งใดๆทางการเมืองอีกแล้ว วันนี้จะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรกับประเทศไทยเพราะติดหนี้บุญคุณพี่น้องประชาชนที่เคยร่วมกันต่อสู้ในเหตุการณ์ชุมนุม กปปส. ตั้งใจทำเพื่อบ้านเมืองด้วยใจบริสุทธิ์ไม่สนใจว่าใครจะด่าว่าอะไร กลุ่มแรกคนที่ทำมาหากิน แล้วมีการประกาศป่าไม้ อุทยานแห่งชาติทับไป แบบนี้จะได้โฉนดเต็มที่ 100% ไม่มีเงื่อนไขอื่น ถ้ารัฐต้องการพื้นที่ก็ต้องมาซื้อกับพี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของ

กลุ่มที่ 2 หากมีการประกาศเขตป่าสงวนอุทยานไว้แล้วแต่ตอนนั้นไม่มีพื้นที่ทำกิน ทำมา 2 รุ่น 10 ปี 20 ปี จะต้องเขียนกฎหมาย ให้โฉนด กับผู้ที่ทํากินถ้าไม่มีกฎหมายเราจะแก้ใหม่ เพื่อออกโฉนดให้ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขออกตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน อาจจะปลูกต้นไม้ในที่ของตัวเองในพื้นที่ป่า ที่ทำมาหากิน 2 โฉนดที่ออกให้ อาจให้พี่น้องประชาชนชำระเงิน กันกี่ปี ซึ่งโฉนดนี้ห้ามขายโดยเฉพาะขายให้นายทุนเพราะให้มาเพื่อเป็นพื้นที่ทำกิน แต่ถ้าอายุเยอะแล้วไม่อยากทำก็สามารถขายให้กับเกษตรกร ด้วยกัน สามารถทำได้

สำหรับราคายางพารา ถ้าพี่น้องเลือกพรรครวมพลังประชาชาติไทย เป็นรัฐบาล จะช่วยให้ราคายางพารากิโลกรัมละ 80 บาทขึ้นไป เพราะเคยทำสำเร็จมาแล้ว ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจของประชาชนได้ซึ่งเราจะทำ 2 เรื่อง คือการปฏิรูปประเทศไทยโดยพึ่งน้ำมือจากประชาชน 2 คือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจชาวบ้าน เพราะช่วงที่เดินคารวะแผ่นดินได้พบปะพ่อค้าแม่ค้า เข้ามากระซิบว่าขายของไม่ดีเศรษฐกิจไม่ดีซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปจะทำให้กระทบเศรษฐกิจ ของประเทศ สำหรับทำเกษตรกร แบบอื่นๆไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลัง สับปะรด ไร่อ้อย ชาวสวนปาล์ม สวนมะพร้าวจะต้องได้กำไร 100% เหมือนกันทุกคนผู้ใช้แรงงานที่ไม่มีที่ดินทำกินคนที่รับจ้าง เราจะนำเข้าโครงการพิเศษตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ให้มาฝึกอาชีพเพื่อให้มีรายได้มาสร้างครอบครัวจากนั้นได้เดินทางไปปราศรัยต่อที่เวทีควนเนียง เวทีสงขลา และเวทีหาดใหญ่ต่อไป

ที่มา พรรครวมพลังประชาชาติไทย
ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

ออฟไลน์ ทีมงานบ้านเรา

ส่องสนามการเมืองสงขลา ฟันธงโค้งสุดท้าย 8 เขตเลือกตั้ง ใครต่อ? ใครตาม?

เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับการเมืองบ้านเรา ใคราจะเข้าวิน พรรคไหนจะได้เก้าอี้กี่นั่ง ใครจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกไม่นานคงรู้กัน แต่สนามเลือกตั้งจังหวัดสงขลา ที่มีถึง 8 เขตน่าสนใจอย่างยิ่งว่าสถานการณ์โค้งสุดท้ายในแต่ละเขตเป็นเช่นไรกันบ้าง เราขอนำบทวิเคราะห์มาฝากเป็นน้ำจิ้มกันส่วนท่านจะรักใครชอบใคร ขอให้ใช้สิทธิ์อย่างเสรีเลือกคนดีที่ถูกใจท่านเลยครับ

เขต 1 ปชป.-ภท.-พปชร.
เขตเลือกตั้งที่ 1 : อำเภอเมืองสงขลา มีผู้สมัครถึง 34 ราย ผลการเลือกตั้งเมืองปี 54 นายเจือ ราชสีห์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ 64,260 คะแนน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 118,113 คน แต่เที่ยวนี้ปชป.เปลี่ยนทัพส่งนายสรรญเพชญ บุญญามณี เบอร์ 10 ลูกชายนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และนายกอบจ.สงขลาลงแทน ซึ่งการลงสนามการเมืองครั้งแรกของเด็กหนุ่มวัย 29 ปีที่ลงสู่ถนนการเมืองในเวทีใหญ่เป็นครั้งแรก เรียกว่าถ้าป๋าไม่ดันพรรคไม่หนุนคงไม่รอดแน่ๆ

เที่ยวนี้กระแสที่ลดลงของปชป.มาเจอกระแสแรงไม่หยุดของคู่แข่ง โดยเฉพาะนราเดช คำทัปน์ เบอร์ 7 พรรคภูมิใจไทย อดีตประธานสภาอบจ. สจ.เขตเมืองที่ทำการบ้านมาอย่างดี เปิดตัวมาตั้งแต่ก่อนไก่โห่ แถมเดินต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนถึงนาทีนี้ยังไม่ยอมหยุดเลย และสนามนี้ภท.มีความหวังสูงว่าเลยมีแกนนำพรรคลงมาช่วยหาเสียงให้อย่างเต็มที่ ส่วนอีกคนที่มาจากพรรคใหญ่น้ำเลี้ยงดีเช่นกันสำหรับวันชัย ปริญญาศิริ เบอร์ 8 พลังประชารัฐ พปชร.ก็ประเมินว่าเขตนี้คะแนนตีตื้นคู่แข่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ฟันธง จนถึงนาทีนี้คงมีแค่ 10,7,8 นี่แหละที่จะมีโอกาสเข้าวิน พรรคสี่ฟ้าน่าจะเด่นสุดโดยผู้ชนะจะมีคะแนนน้อยกว่าครั้งที่แล้วแน่นอน

เขต 2 ปชป.เงียบ พปชร.-ภท.อนค.พร้อมรอเสียบ
เขตเลือกตั้งที่ 2 : อำเภอหาดใหญ่ (เฉพาะตำบลหาดใหญ่ คลองแห และคลองอู่ตะเภา) ภิรพล ลาภาโรจน์กิจ เบอร์ 5 อดีตสส.1 สมัยที่รับไม่ต่อจากพ่อลาภศักดิ์ เที่ยวที่แล้วได้ 67,140 คะแนน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 129,033 คน เที่ยวนี้มีคู่แข่ง 32 คน ภิรพล หนุ่มวัย 42 แม้จะเป็นแชมป์เก่าแต่เขาถูวิจารณ์เยอะมากในเรื่องของการไม่ค่อแยลงพื้นที่ไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และการลงในพื้นที่เขตเมืองที่กระแสเปลี่ยนค่อนข้างรุนแรงกว่าพื้นที่นอกๆ รอบนี้จึงไม่ใช่งานง่ายเลย

คู่แข่งที่สูงสีเขตนี้มีหลายคนล้วนเป็นคนรุ่นใหม่แทบทั้งสิ้น พปชร.ส่งครูกอล์ฟ ศาสตรา ศรีปาน เบอร์ 4 อายุ 36 ปีคนนี้ขยันลงพื้นที่และเปิดเวทีหาเสียงเยอะสุดคนนี้ถือว่าน่าลุ้นที่สุด สจ.รักษ์ เจษฎาพงศ์ ชูแก้ว หนุ่ม41 เบอร์ 6 ภูมิใจไทย เหมือนยังแรงไม่พอสำหรับเวทีการเมืองระดับชาติแต่ก็เป็นอีกหนึ่งชื่อที่มลุ้นในสนามนี้ อีกคนดูโนแนมแต่กระแสพรรคแรงมา อัครพล ทองพูน เบอร์9 ในวัยเพียง 28 ปีกับการลงเวทีใหญ่ครั้งแรกถือว่าไม่ธรรมดาและมีโอกาสเป็นม้ามืดกับเขาเช่นกัน

ฟันธง ผู้สันทัดกรณีบอกว่าการไม่มีตัวเด่นที่ชัดเจนจะทหใ้แคะแนนแตกแถวและคนเก่าที่ยังมีฐานหัวคะแนนรุ่นพ่อ พรรคยังขายได้กับบางกลุ่ม เบอร์ 5 น่าจะประคองตัวรอดแบบคะแนนหายไปเยอะ   

เขต 3 สมรภูมิรุ่นใหญ่ ปชป.คงได้ไปต่ออีกครั้ง
เขตเลือกตั้งที่ 3 : อำเภอนาหม่อม และอำเภอหาดใหญ่ (เฉพาะตำบลคูเต่า น้ำน้อย ท่าข้าม ทุ่งใหญ่ คอหงส์ ควนลัง ทุ่งตำเสา และฉลุง) เขตนี้ต้องบอกว่าเป็นสมรภูมิรุ่นใหญ่ อดีตสส.4 สมัย วิรัตน์ กัลยาศิริ เบอร์ 29 พรรคประชาธิปัตย์ เกือบตกขบวนไม่ได้ลงแข่งทำเอาพรรควุ่นวายไปพอสมควรแถมยังพาไพร พัฒโน ลาเก้าอี้นายกตกงานไปอีกคนด้วย เที่ยวที่แล้วเขาได้ 76,234 เสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 123,316 คน

วิรัตน์ ในวัย68 ลงป้องกันแชมป์ในสภาพร่างกายที่ไม่เต็ม100 แต่สู้ไม่ถอยเดินลุยทุกสาย ซึ่งเขาบอกว่าคู่แข่งที่แต่ละพรรคส่งมายังไม่ใช่ตัวจริงจึงมั่นใจว่ายังชนะ โดยคู่แข่งที่พอมีลุ้นก็เป็นรุ่นใหญ่แทบทั้งสิ้น ทั้งครูยม พยม พรหมเพชร 67 ปี เบอร์ 6 พรรคพลังประชารัฐ สจ.หัวใหญ่ นายสุคนธ์ เรืองกูล หลานจ่านันต์ อดีตสส.ชื่อดังของสงขลา และคู่แข่งรวม 34 คน ซึง่ส่วนใหญ่มีฐานเสียงในพื้นที่แคบๆ เมื่อมองทั้งเขตแล้วยังไม่มีใครโดดเด่นเพียงพอ

ฟันธง 29 ครองแชมป์ต่ออีกสมัยและคงได้เวลาส่งไม้ต่อสู่รุ่นใหม่ในสมัยหน้าและน่าลุ้นว่าใครจะรับช่วงแทน   

เขต 4 คนเดิมกระแสตกแต่คนใหม่ไม่แรงพอ
เขตเลือกตั้งที่ 4 : อำเภอระโนด,กระแสสินธุ์, สทิงพระ และสิงหนคร (เฉพาะตำบลบางเขียด ม่วงงาม ขนุน รำแดง และชะแล้) พื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ถิ่นกำเนิดนักการเมืองหลายคนเที่ยวนี้มีผู้สมัครถึง 38 คน ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว เบอร์ 4 วัย 47 ปีอดีตสส.2 สมัยสายตรงถาวร เสนเนียม เที่ยวที่แล้วได้ 74,204 เสียง จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 120,146 คน เขตนี้ผู้เขียนสารภาพก่อนเลยว่าข้อมูลไม่แน่นเลย สายตรงจากในพื้นที่ยังคงให้คนเก่าเป็นเต็ง1 โดยเจ้าตัวยังคงเกาะติดพื้นที่มาโดยตลอด แต่เที่ยวนี้แทบไม่มีผู้ใหญ่ระดับแกนนำพรรคช่วยหาเสียงเลย

คู่แข่งที่เริ่มมาและมีกระแสในพื้นที่คือ นายกแดง ณัฐวุฒิ แสงศรีคำ อดีตนายกอบต.กระดังงา สทิงพระ เบอร์ 13 พรรคภูมิใจไทย ที่มีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีการเปิดเวทีสร้างฐานเสียงได้เป็นกอบเป็นกำ และยังมีร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี  เบอร์ 7 พรรคพลังประชารัฐ กระสุนดีกระแสแรงมีหวังแซงทางโค้งได้เช่นกัน แถมยังมีผู้สมัครแบ่งคะแนนที่โดดเด่นอีกหลายคน ทั้งจรัญ อรุณพันธุ์ เบอร์ 6 พรรคชาติไทยพัฒนา อมรเทพ สังข์น้อย เบอร์ 14 พรรคอนาคตใหม่

ฟันธง แชมป์เก่าน่าจะยังรักษาที่นั่งแต่ระวัง ภท.พปชร.ไว้ให้ดี     

เขต 5 เขาว่านายกชายนอนมาตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แต่บังชาย,ปรีชา จะยอมไหม
เขตเลือกตั้งที่ 5 : อำเภอรัตภูมิ,บางกล่ำ,ควนเนียง และสิงหนคร (เฉพาะตำบลปากรอ ป่าขาด ทำนบ ชิงโค หัวเขา และสทิงหม้อ) เขตนี้เป็นพื้นที่ของอดีตสส.ประพร เอกอุรุ ผุ้ล่วงลับที่ได้คะแนนถึง 85,821 เสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 133,096 คน เที่ยวนี้ปชป.ส่งนายกชาย นายเดชอิศม์ ขาวทอง เบอร์ 6 อดีตนายกอบจ.และนักการเมืองชื่อดังที่กระแสตอบรับจากในพื้นที่เป็นอย่างดีจนเจ้าตัวกล้าประกาศว่าจะมีโอกาสได้ถึงแสนคะแนน เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศให้ได้ 

แรกๆ ดูเหมือนว่าจะไม่มีคู่แข่งที่โดดเด่นแต่เมืองมีการเปิดตัวลุยหาเสียง ชื่อของสมชาย เล่งหลัก เบอร์ 9 ที่มีการเจาะฐานเสียงช่องว่างของนายกชายอย่างต่อเนื่อง และยังมีอดีตคนคุ้นเคยปชป.อย่างปรีชา สุขเกษม เบอร์ 11 พรรครวมพลังประชาชาติไทย นักเคลื่อนไหวคนสำคัญที่ใกล้ชิดกับนายถาวร เสนเนียม วันนี้ลงมาแข่งแบ่งคะแนนในนามพรรคลุงกำนัน

ฟันธง นายกชายนอนนมาแต่ว่าคะแนนคงไม่ถึงแสนตามที่คาดหวังแค่เท่าของอดีตสส.ประพรก็หรูแล้ว 

เขต 6 พี่ใหญ่ถาวรเจอศึกใหญ่คู่แข่งชูกระแสเลือกคนในพื้นที่
เขตเลือกตั้งที่ 6 : อำเภอคลองหอยโข่ง, หาดใหญ่ (เฉพาะตำบลบ้านพรุ และพะตง) และอำเภอสะเดา (ยกเว้นตำบลสำนักแต้ว และสำนักขาม) ถาวร เสนเนียม เบอร์ 9 อดีตสส.6 สมัยวัย 71 ปี เที่ยที่แล้วได้ 65,837 คะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 114,936 คน เที่ยวนี้ที่ลงสนามพร้อมกับบทบาทที่ลดลงภายในพรรคภายหลังการเลือกหัวหน้าพรรคที่ผ่านมา และยังมีคู่แข่งถึง 33 คน และยังเจอคู่แข่งใช้กระแสเลือกคนบ้านเอง เลือกคนในพื้นที่เป็นผู้แทนบ้างสักที

กำนันเหลิม นายเฉลิม เหล่าสุวรรณ อดีตกำนันตำบลโคกม่วง สจ.คลองหอยโข่ง เบอร์ 10 พรรคชาติไทยพัฒนา สายตรงธีระ วงศ์สมุทร แกนนำคนสำคัญของพรรคและเป็นเขตเดียวที่หัวหน้าพรรคและแกนนำหลายคนลงมาช่วยหาเสียง ฐานเสียงในพื้นที่คลองหอยโข่งเหนียงแน่นมากแต่พื้นที่เสียงใหญ่อยู่ที่สะเดา บ้านพรุ+พะตงของหาดใหญ่ ซึ่งถ้าเจาะตรงนี้เชื่อว่าเขตนี้สนุกแน่ และยังสมปอง บริสุทธิ์ เบอร์ 15 พรรคพลังประชารัฐ อดีตนายกทุ่งหมอ อุไร โชติรุ่งโรจน์ เบอร์13 พรรคภูมิใจไทย แบ่งเสียงโซนสะเดาบางส่วนด้วย

ฟันธง พี่ใหญ่ถาวรน่าจะยังเอาตัวรอดได้แต่กำนันเหลิมก็ยังมีโอกาสแบ่งคะแนนได้ไม่น้อย   

เขต 7 เด็ดสะระตี่ วอลเปเปอร์เจอเจ้าของสโลแกนคนบ้านเราถล่มเข้าแล้ว
เขตเลือกตั้งที่ 7 : อำเภอสะบ้าย้อย,นาทวี และสะเดา (เฉพาะตำบลสำนักแต้ว และสำนักขาม) เขตนี้ศิริโชค โสภา เบอร์ 8 พรรคประชาธิปัตย์ เจ้าเก่าวัย 52 ปีอดีตสส.4 สมัย เที่ยวที่แล้วได้ 60,100 เสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 107,368 คน น้อยที่สุดของสส.ทั้ง 8 เขต ศิริโชค เป็นอีกคนที่ไม่ค่อยอยู่ในพื้นที่จนถูกแซวว่าการหาเสียงแต่ละเที่ยวแกต้องบินลงมาจากเมืองหลวงมาอ้อนขอคะแนนชาวบ้านที่สงขลา

คุ่แข่งในสนามเขต 7 มีหลายคนแต่ที่ถูกยกให้เป็นเต็ง 1 เห็นจะเป็นณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เบอร์ 1 พรรคภูมิใจไทย อดีตสจ.คนขยันลุยงานในพื้นที่มาต่อเนื่อง ประกาศตัวเป็นแม่ทัพแก้ไขปัญหาราคายางพาราให้ชาวบ้านมาตั้งแต่ต้น เข้าถึงทุกพื้นที่มายาวนานเรียกว่ากระแสดีมากแต่เสียงจะดีด้วยไหมนั้นตอบยาก นอกจากนี้ยังมีเทียน ตันติวิริยะภาพ เบอร์ 2 พรรคพลังประชารัฐ อับดุลเล๊าะ หลงนิ เบอร์ 5 พรรคประชาชาติ ก็มีหวังในสนามนี้แถมยังมีคู่แข่งพร้อมแบ่งคะแนนรวม 32 คนในเขตนี้

ฟันธง เบอร์ 1 มีลุ้นล้มเบอร์ 8   

เขต 8 ปชป.-พปชร.-ภท.-ปชช.ยังมีลุ้นทั้งหมด
เขตเลือกตั้งที่ 8 : อำเภอจะนะ และเทพา การเลือกตั้งเที่ยวที่แล้ว พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เบอร์ 14 พรรคปชป.ได้ 70,944 คะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 118,217 คน วันนี้ในวัย71 ของอดีตสส.1 สมัยมาเจอการแข่งขันที่ค่อนข้างดุเดือดมากสำหรับสนามเขต 8 การเป็นสส.เก่าและสังกัดพรรคที่ชาวใต้ชื่นชอบน่าจะเป็นข้อได้เปรียบของเขามากที่สุดแต่เมื่อมาตรวจแถวคู่แข่งแล้วต้องบอกว่างานไม่ง่ายเลยเพราะสนามนี้มีคู่ชิงชัยรวม 37 ราย

เขตนี้ พปชร.ได้อดีตสจ.วสันต์ ชั่งหมาน เบอร์ 10 อดีตสจ.จะนะ ที่อาศัยลูกขยันลุยเปิดตัวเปิดเวทีหาเสียงอย่างต่อเนื่องและพรรคก็สนับสนุนเป็นอย่างดี ยังมีเบอร์ 11 นายฮ่าหรน หมันหลอ พรรคภูมิใจไทย อดีตนายกบ้านนา จะนะ คนนี้ก็ลุยเก็บคะแนนไม่หยุดหย่อนเช่นกัน แถมยังมีเบอร์ 3 อัศวิน สุวิทย์ จากพรรคประชาชาติ มาร่วมแชร์คะแนนอีกด้วย ว่ากันว่าเขตนี้คะแนนแพ้ชนะจะห่างกันไม่มาก

ฟันธง เบอร์ 14 อาศัยความเก๋าและแรงหนุนที่กว้างกว่าเอาตัวรอดได้อีกสมัย

*บทความนี้เป็นการวิเคราะห์จกมุมมองส่วนบุคคลเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วประชาชนชาวสงขลาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1,068,299 คนเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดอนาคตสงขลาว่าจะเลือกใครมาเป็นผู้แทนของท่าน 24 มีนาคม 2562 เวลา 08.00-17.00 น.อย่าลืมไปใช้สิทธิืเลือกตั้งกันน่ะครับ   

ศูนย์ข่าวบ้านเรา ฉับไวทุกข่าวสาร ทันทุกสถานการณ์ท้องถิ่น
แจ้งข่าว รายงานข่าว โทร.074-214222 อีเมลล์ webgimyong@gmail.com

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]