gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 

 

ผู้เขียน หัวข้อ: เรียนเชิญ​ร่วมงานทอดกฐินสามัคคี​ ณ.วัดควนเนียง​ ต.พะตง​ อ.หาดใหญ่​ จ.สงขลา  (อ่าน 2875 ครั้ง)

เรียนเชิญ​ร่วมงานทอดกฐินสามัคคี​ ณ.วัดควนเนียง​ ต.พะตง​ อ.หาดใหญ่​ จ.สงขลา

ปิดทองฐานพระ

  • บุคคลทั่วไป
ขอเรียนเชิญ​ร่วมงานทอดกฐินสามัคคี​ ณ.วัดควนเนียง​ ต.พะตง​ อ.หาดใหญ่​ จ.สงขลา​ ตามเอกสารแนบ...  ส.สู้ๆ


Behind the Buddha

  • บุคคลทั่วไป
✦อานิสงส์ของการถวายเครื่องกฐิน


ปิดทองใต้ฐานพระ

  • บุคคลทั่วไป
ญาติโยมทั้งหลาย กฐินความจริงก็คือสังฆทาน แต่เป็นสังฆทานที่จำกัดด้วยเวลา ปีหนึ่งเรามีโอกาสถวายภายใน ๒๙ วันเท่านั้น ก็คือตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำเดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน ๑๒ นอกเหนือจากนี้แล้วพ้นจากกาลกฐิน ถ้าหากว่าพ้นจากกาลกฐินไปแล้วก็ไม่มีโอกาสที่จะถวายอีก

ดังนั้น...ในส่วนของกฐินจึงเป็นบุญสังฆทานพิเศษ โดยเฉพาะถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาถ้วนไตรมาส ถ้าพระที่จำพรรษาหลังก็ไม่มีโอกาสรับกฐิน พรรษาหลังคือพระที่ท่านเริ่มจำพรรษาตั้งแต่วันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๙ แล้วไปออกวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ ซึ่งหมดวาระของกฐินพอดี เมื่อเป็นเช่นนั้น บุคคลที่จำพรรษาหลังจึงไม่มีโอกาสได้รับกฐิน

ในส่วนของกฐินนั้น แบ่งออกเป็นหลายประเภทด้วยกัน ถ้าแบ่งอย่างเป็นทางการ ท่านว่ามีกฐินหลวงกับกฐินราษฎร์ กฐินหลวงยังแบ่งออกเป็นหลายอย่าง ก็คือ กฐินต้นที่ในหลวงเสด็จไปทอดโดยพระองค์เอง กฐินพระราชทานที่ในหลวงมอบให้ผู้แทนพระองค์เป็นผู้ไปถวาย ส่วนกฐินราษฎร์หรือที่เราเรียกง่าย ๆ ว่ากฐินชาวบ้าน ก็ยังแบ่งออกเป็นมหากฐินกับจุลกฐิน

จุลกฐินนั้นเป็นอะไรที่ยุ่งยากมาก เนื่องจากว่าต้องทอผ้าในวันนั้น ตัด เย็บ ย้อม เพื่อที่จะถวายให้ทัน เป็นการแสดงออกซึ่งความสามัคคีกลมเกลียวของบุคคลอยู่ในสถานที่เดียวกัน เพราะว่าสมัยก่อนนั้นทุกครอบครัวต้องมีคนที่ทอผ้าเป็น เนื่องจากว่าไม่มีผ้าขายในท้องตลาด นอกจากต้องทอผ้าขึ้นมาใช้งานเอง

ก็จะมีการแบ่งกันทอคนละคืบคนละศอก แล้วนำมาตัดเย็บเป็นจีวร ซึ่งถ้าญาติโยมสังเกตจะเห็นว่า ผ้าจีวรนั้นประกอบขึ้นมาจากผ้าผืนเล็ก ๆ หลายชิ้นด้วยกัน ภาษาบาลีเรียกว่า กุสิ ก็จะเป็นแนวเล็ก ๆ ยาว ๆ เหมือนคันนา อัฑฒกุสิ ก็เป็นแนวสั้น พูดง่าย ๆ ว่าถ้ากุสิเป็นแนวยาว อัฑฒกุสิเป็นแนวขวาง เป็นต้น มณฑล ก็คือช่องจีวรใหญ่ อัฑฒมณฑล ช่องจีวรเล็ก แล้วก็ยังมีอนุวาต ก็คือขอบจีวร

ดังนั้น...ก็ต้องแบ่งปันกันว่าใครจะทอส่วนไหน ชิ้นไหน เมื่อได้ขนาดที่ต้องการแล้ว ก็นำมาเย็บต่อกันเป็นจีวรขึ้นมา เมื่อเย็บต่อเป็นจีวรแล้ว ก็ยังต้องย้อมเพื่อให้ได้สีที่ต้องการ ซึ่งจีวรที่พระพุทธเจ้าอนุญาตนั้นมี ๓ สี ก็คือ สีกรักซึ่งส่วนใหญ่จะย้อมจากแก่นขนุน สีเหลืองซึ่งส่วนใหญ่ย้อมด้วยขมิ้น และสีเหลืองเจือแดงเข้ม ที่สมัยก่อนย้อมด้วยดินลูกรัง

ในส่วนของจุลกฐินนั้นใช้ผ้าผืนเดียว สมัยนี้ที่จะให้ทันก็มักจะทอเป็นผ้าสบง เพราะว่าใช้ผ้าน้อยหน่อย ส่วนมหากฐินนั้นเป็นกฐินที่มีผ้าไตรครบชุด ก็คือสบง จีวร สังฆาฏิ ฉะนั้น...ในส่วนของกฐินเราจะเห็นว่ามีหลายประเภทด้วยกัน ทั้งกฐินหลวง กฐินราษฎร์ ทั้งจุลกฐิน และมหากฐิน แต่ว่าจะเป็นกฐินแบบไหนก็ตาม ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือผ้าไตรจีวร ไม่ว่าจะเป็นสบงผืนเดียว จีวรผืนเดียว หรือว่าสังฆาฏิผืนเดียวก็ตาม ถ้าหากว่าในส่วนของพระบาลี ผ้าที่กว้างคืบหนึ่ง ยาวคืบหนึ่ง ท่านเรียกว่าจีวรทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงทำให้ผ้าเกือบทุกประเภทในสมัยนี้ ถือว่าเป็นส่วนของจีวรทั้งสิ้น

การถวายกฐินเป็นสังฆทานจำกัดเขต จึงมีอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่มาก ยิ่งเป็นจุลกฐินที่ต้องใช้กำลังกาย กำลังใจในการถวายกฐินมากกว่าปกติ เพราะว่าต้องพยายามทอผ้า เย็บผ้า ย้อมผ้า ให้เสร็จเรียบร้อยทันงาน ก็ยิ่งมีอานิสงส์สูงมาก

ท่านที่ถวายกฐินแล้ว ถ้ายังไม่เข้าสู่พระนิพพานเพียงใด จะเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ชาติ เป็นพระมหากษัตริย์ ๕๐๐ ชาติ เป็นมหาเศรษฐี ๕๐๐ ชาติ ไล่ไปเรื่อย แต่ส่วนใหญ่แล้วยังไม่ทันจะหมดอานิสงส์กฐินก็จะเข้าพระนิพพานไปเสียก่อน

หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุงท่านบอกไว้ว่า บุคคลใดถ้าได้เป็นเจ้าภาพกฐินสัก ๓ ปีต่อเนื่องกัน ให้สังเกตว่าด้วยอานิสงส์บุญกฐิน จะทำให้เรามีความคล่องตัวในความเป็นอยู่มากกว่าคนอื่น

คำว่าเจ้าภาพกฐิน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นประธานในการหากองกฐินนั้นมา เราอาจจะมีผ้าสบงผืนหนึ่ง จีวรผืนหนึ่ง สังฆาฏิผืนหนึ่ง หรืออาจจะเป็นผ้าครบไตรก็ได้ ตั้งใจว่าเราขอเป็นเจ้าภาพทำบุญกฐินกับวัดนั้น ลักษณะอย่างนี้ก็ใช้ได้ ถือว่าเราเป็นประธานกฐินเช่นกัน

โดยเฉพาะในส่วนของกฐินวัดควนเนียงนั้นเรียกว่ากฐินสามัคคี ก็คือใครจะเป็นเจ้าภาพรวมกันกี่คนก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าเรื่องของกฐินนั้น แต่ละวัดท่านให้ถวายได้ครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้น...ในส่วนของบุญกฐินเมื่อปิดยอดแล้ว ไม่สามารถที่จะรับเพิ่มได้ เพราะว่าถ้ารับเพิ่ม เท่ากับเป็นการรับกฐินครั้งที่ ๒ ซึ่งจะเป็นการผิดพระวินัยทำให้กฐินเดาะ ก็คือไม่ได้อานิสงส์ของกฐินนั้น ๆ

#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม

Behind the Buddha

  • บุคคลทั่วไป
ยอดอานุภาพไม่มีประมาณของ..."พระคาถาเงินล้าน"

"..พระคาถาเงินล้าน..เรียกว่าเป็นสุดยอดพระคาถา มีหลักฐานที่มาของคาถายอดพุทธคุณไม่เคยมีปรากฎมาก่อน

นับตั้งแต่ คาถาประทานโดย สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึง ๒ พระองค์คือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน และ พระพุทธกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๓ ในภัทรกัปนี้)

  ✪ คาถาบทนี้มีคนใช้ได้ผลมาเยอะแล้ว คนที่ใช้ได้ผลคนแรกสุดคือ นายห้างขายยาตราใบโพธิ์ ที่ว่าเป็นคนแรกเพราะอะไร เพราะตอนนั้น หลวงพ่อปาน ท่านไปเรียนมาจาก " ครูผึ้ง ซึ่งอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราชได้มาจากพระธุดงค์องค์หนึ่ง และพระธุดงค์องค์นี้ท่านก็บอกมาว่าเป็น คาถาของพระปัจเจกพุทธเจ้า "

..✪.ตามปกติครูผึ้งท่านรักษาศีลอยู่แล้ว ก่อนที่พระธุดงค์จะไป ท่านได้ให้คาถาบทนี้และบอกว่า "ตอนเช้าทุกวันควรใส่บาตร ก่อนจะใส่บาตรก็ให้ว่าคาถาบทนี้หนึ่งจบ แล้ววิธีใส่บาตรมีอยู่ ๒ อย่าง ถ้าไม่มีพระจะมา ให้ใช้ข้าวสารตักแทนก็ได้ แต่ว่าเดี๋ยวนี้เราใช้สตางค์ใส่บาตรแทนก็ได้ เงินนั้นให้ใช้เป็นค่าอาหาร มากน้อยตามกำลัง ไม่จำเป็นต้องไปรอพระมา ถ้าเห็นว่ามันมากพอสมควร ก็เอาไปถวายพระ บอกท่านว่าเป็นค่าอาหาร แล้วท่านจะนำไปใช้ค่าอาหาร หรือเอาไปใช้ก่อสร้างก็เป็นเรื่องของท่าน แต่เรามีเจตนาเป็นค่าอาหารแล้วกันเท่านั้นก็พอ"

 
  ✪ คาถาจากพระปัจเจกพุทธเจ้า สืบสายจากหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค ที่ท่านได้ไปเรียนจากครูผึ้ง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  และครูผึ้งนั้นท่านได้เรียนมาจากพระธุดงค์อีกที ..และตอนหลังนั้นหลายๆท่านมาบอกพระคาถาเพิ่มเติมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุงเพิ่มเติม " เป็นคาถาเงินล้าน"   ..ท่านปู่พระอินทร์ ท่านย่าศรี ท่านพระเจ้าแม่มัทรี บริวารท้าวเวสสุวรรณนำคาถามาบอกหลวงพ่อ ก็มีประวัติปรากฎเกี่ยวข้องกับคาถาเกินจะกล่าวได้ทั้งหมด

  ✪ อานุภาพของพระคาถา ทั้ง ปัดอุปสรรค เหตุร้ายไม่เกิด เมตตา มหาลาภ ค้าขายดี เรียกเงินแสน,เงินล้าน เร่งลาภให้เร็วขึ้น ลาภไม่ขาดสาย เมื่อยกคาถาขึ้นสวดอำนาจพุทธคุณ ก็อาจทำให้ผู้สวดมีพลังงานศักดิ์สิทธิ์ ทั้งกาย วาจา ใจ ก็มีเดช ดึงดูดเหนี่ยวนำแต่สิ่งดี ๆ ให้มาปรากฏ เป็นโชคลาภ เงินทอง ความสุข ความเจริญ และมีสุคติเป็นที่สุดก็เป็นได้..

★ เกร็ดที่มาคาถาเงินล้าน★

✪ สัมปจิตฉามิ คาถาสนองกลับ เหตุร้ายไม่เกิด ภัยที่เขาจะเข้ามาหาเรา จะถูกผลักไปหาเจ้าของ คือการปัดอุปสรรคไม่ให้กล้ำกรายเข้ามา

✪ นาสังสิโม คาถาพระพุทธกัสสป สัมมาสัมพุทธเจ้า พระราชทาน สวดคาถาจบแรกนึกถึงพระองค์คาถาเงินล้านจึงมีผล

✪ บทแรก " พรหมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ "

  ★ตัดอุปสรรค ที่ลาภจะมา อันนี้ตัดอุปสรรคที่ลาภจะมา แต่เขามาบอกว่ามีผลแน่นอน คือว่าแกจะไม่ยอมให้ลูกแกจน พูดง่าย ๆ ก็แล้วกัน พระพุทธเจ้าก็ทรงยืนยันบอกว่าให้หมด

✪ บทที่สอง " พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุเม "
คาถาบทนี้เป็นคาถาเงินแสนของท่าน

✪ บทที่สาม " มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุ เม " บทนี้เป็นคาถาเรียกลาภ ปลุกพระวัดพนัญเชิง

✪ บทที่สี่ " มิเตพาหุหะติ "
เป็นคาถาเงินล้าน มียักษ์ตนหนึ่งนำความจากท้าวเวสสุวรรณนำคาถามาบทหนึ่งเป็นของพระกัสปะสัมพุทธเจ้าสวดภาวนาทุกวันจะมีอำนาจ เหตุร้ายไม่เกิด และเป็นมหาลาภ นำมาสวดก่อนคาถาพระปัจเจก..(จากหนังสือลูกศิษย์บันทึกหน้า หน้า ๕๐)ให้นึกขอกับท่านสมเด็จพระกัสปสัมมาพุทธเจ้า และท่านท้าวเวสสุวรรณถึงมีผล

✪ บทที่ห้า " พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม "

เป็นคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า สืบจาก หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค คาถาเงินงอกหลวงพ่อวัดท่าซุง เคยเล่าให้ฟังว่า นายแจ่ม เปาเล้ง ภาวนา คาถาพระปัจเจกพระพุทธเจ้า ประเภทภาวนาเป็นล่ำเป็นสัน บอกลูกบอกเมียว่า หลวงพ่อปานบอกว่าคาถาบทนี้ภาวนาแล้วรวย

✪ บทที่หก " สัมปติจฉามิ " บทนี้ เป็นคาถาเร่งลาภให้ได้เร็วขึ้น

✪ บทที่เจ็ด " เพ็ง ๆ พา ๆ หา ๆ ฤา ๆ "

เป็นคาถามหาลาภ“ พระปัจเจกพุทธเจ้ามาบอกหลวงพ่อเมื่อ พ.ย.๒๕๓๓ เป็นภาษาโบราณ แต่เทียบกับภาษาไทยอ่านได้อย่างนี้ เป็นคาถามหาลาภ มีผลยิ่งใหญ่มาก หลวงพ่อสอนว่า "คาถาเงินล้าน สวดแค่วันละ ๙ จบยังทำไม่ได้ คน ๆ นั้นก็ไม่น่าจะรวยตามอานุภาพคาถา"

◆◆ แนะนำเกร็ดเกี่ยวกับคาถาเงินล้าน◆◆

▧ สวดคาถานี้จบแรก...หลวงพ่อฤๅษีกำชับให้นึกขอบารมีพระพุทธเจ้าคาถาจึงมีผล

▧ หาก สวด ๙ จบ เป็นเบี้ยยาไส้ ช่วยให้คล่องตัวในความเป็นอยู่ไม่อัตคัด

▧ ถ้าอับจนเงินตึงตัว สวดอย่างน้อย ๓๐ จบต่อวันการเงินจะดีขึ้น... ธรรมวิโมกข์ ฉบับที่ ๒๒๑ หน้า ๗๑

▧ ภาวนาจนจิตเป็นสมาธิ ลาภผลก็มาเร็วตามอำนาจฌานสมาธิ..*เพราะสมาธิฌานจัดเป็นคุรุกรรม(กรรมหนัก)ย่อมให้ผลก่อนกรรมอื่น..ธรรมวิโมกข์ ฉบับที่ ๒๓๖ หน้า ๗๐

▧ ยันต์ยอดธงพิชัยสงครามใช้คู่กับคาถาเงินล้านได้ (สนทนาธรรมเล่ม ๖ หน้า ๓๖)

▧ ใช้คาถานี้ร่วมกับ พระคำข้าว-พระหางหมาก -จะรวยใหญ่ (สนทนาธรรมเล่ม ๖ หน้า ๓๙)

◆ "พระปัจเจกพุทธเจ้าท่านมาโปรดบอกว่า

"ถ้าภาวนาคาถาเงินล้านเป็นกรรมฐาน ทรงอารมณ์โดยไม่เคลื่อนเลยวันละ ๑ ชั่วโมงจะสร้างโบสถ์กี่หลังก็ทำได้" (จากท่านหลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)

☆◆◆ สรุป◆◆☆

คาถาบทนี้มีลาภมาก ใครที่ภาวนาไปแล้วจะมีความเป็นอยู่เป็นสุข มีลาภสักการะมาก ถ้าทำจิตเป็นสมาธิ สมาธิสูงเท่าไร ลาภมากเท่านั้น ขณะภาวนาไม่ต้องไปอยากได้เงิน ได้ลาภ เพราะคาถาก็บอกอยู่แล้วเป็นคาถาเงินล้าน ผลก็เป็นไปตามนั้น จะมากน้อยต่างกันก็ตามอัตภาพบุญวาสนาที่สั่งสม ถ้าสมาธิสูงขึ้นมา การทำมาหาได้ ลาภสักการะก็มากขึ้นจริงๆ หนักๆเข้าก็มีหลายท่านจิตก็เข้าถึงทิพยจักขุญาน สามารถรู้เหตุการณ์ต่างๆ ได้ตามที่ตนปรารถนา " อันเป็นผลมาจากพุทธานุสติของคาถา ทิพยจักษุก็จะแจ่มใส ด้วยพุทธานุภาพและเป็นเหตุให้บรรลุธรรมได้โดยง่าย

#พระคาถาเงินล้าน
#พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
(หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

ตั้งนะโม ๓ จบ

#สัมปะจิตฉามิ (คาถาสนองกลับคุณไสย)
นาสังสิโม (คาถาพระพุทธกัสสป หรือหัวใจพญาเต่าเรือน)
พรหมา จะ มหาเทวา สัพเพยักขา ปะรายันติ(คาถาปัดอุปสรรค)
พรหมา จะ มหาเทวา อภิลาภา ภะวันตุ เม (คาถาเงินแสน)
มหาปุญโญ มหาลาโภ ภะวันตุ เม (คาถาลาภไม่ขาดสาย)
มิเตพาหุหะติ (คาถาเงินล้าน)
พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง
วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ
มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม (คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า)
สัมปะฏิจฉามิ (คาถาเร่งลาภให้ได้เร็วขึ้น)
เพ็ง ๆ พา ๆ หา ๆ ฤาฤๅ (คาถามหาลาภ)

#ภาวนาตัวคาถา 9 จบ ขึ้นไป
#พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ
#ท่านว่าเป็นคาถาเบี้ยยาไส้

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]