gimyong หาดใหญ่
ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
 
 


ผู้เขียน หัวข้อ: "วิกฤตการศึกษาไทย" เรื่องจริงจากปากครูชาวต่างชาติ  (อ่าน 1124 ครั้ง)

"วิกฤตการศึกษาไทย" เรื่องจริงจากปากครูชาวต่างชาติ

ออฟไลน์ moomai muna

"วิกฤตการศึกษาไทย" เรื่องจริงจากปากครูชาวต่างชาติ






         สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และวัฒนธรรมต่างประเทศสนุกๆ เช่นเคย ^^ วันก่อน เห็นเพื่อนๆ ใน Facebook พร้อมใจกันแชร์บทความต่างประเทศเรื่องหนึ่งที่มีชื่อหัวข้อว่า Education in Thailand: A Terrible Failure หรือแปลได้ว่า การศึกษาในประเทศไทย : ความล้มเหลวที่ย่ำแย่

         พอคลิกเข้าไปอ่านก็พบว่า เป็นความรู้สึกของคุณครูชาวต่างชาติท่านหนึ่งที่สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนเอกชนที่ไทย ซึ่งในระหว่างที่ทำงานเป็นครูนั้น คุณครูท่านนี้ก็รับรู้ได้ถึงปัญหาของระบบการศึกษาไทย .... เราลองมาอ่านดีกว่า คุณครูชาวต่างชาติเค้ามองการศึกษาไทยว่าเป็นยังไง ???




 ฉันสอนในเมืองไทยมามากกว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันได้เรียนรู้ว่า ระบบการศึกษาไทยนั้นมีลักษณะดังนี้...

 ส.โกรธอย่างแรง 1. งบประมาณที่สนับสนุนการศึกษานั้นมีน้อยเกินไป
 ส.โกรธอย่างแรง 2. ขนาดห้องเรียนที่ใหญ่เกินไป (ห้องหนึ่งประมาณ 50 คน)
 ส.โกรธอย่างแรง 3. การฝึกอบรมครูที่มีระบบการฝึกที่แย่
 ส.โกรธอย่างแรง 4. นักเรียนที่เกียจคร้านจนทำให้สอบตก แต่ครูก็จำเป็นต้องยอมให้นักเรียนสอบผ่าน

         ทั้งหมดนี้ฉันรู้สึกว่า มันดูไม่มีหวังที่จะพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้ดีขึ้นได้ในเร็วๆ นี้ ฉันสอนที่โรงเรียนเอกชน 2 ภาษา ดังนั้นจึงอาจจะพบเจอปัญหาน้อยกว่าโรงเรียนรัฐบาลทั่วไป ถึงอย่างไรก็ตาม โรงเรียนเอกชนก็อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งฉันคิดว่าเป็นองค์กรที่ขาดความสามารถมากที่สุดในโลก กฏระเบียบต่างๆ ถูกเปลี่ยนทุกเทอม และถึงแม้นักเรียนจะสอบตก ครูก็ต้องจำยอมให้นักเรียนสอบผ่าน รวมไปถึงปัญหาการคัดลอกงานมาส่งก็เป็นเรื่องที่ครูไม่ค่อยใส่ใจ

         ในทุกๆ ปี กระทรวงศึกษาธิการมักนำเสนอความคิดใหม่ๆ ที่จะใช้พัฒนาระบบการศึกษาของประเทศไทย อย่างปีนี้ก็บังคับให้ครูต่างชาติทุกคนต้องไปลงเรียนคอร์สวัฒนธรรมไทยทั้งๆ ที่ครูต่างชาติหลายคนก็อยู่เมืองไทยมานานและคุ้นเคยกับวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างดีแล้ว โดยมีกฏบังคับว่า หากไม่ลงคอร์สเรียนวัฒนธรรมไทย จะไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาติทำงานเป็นครูได้ ซึ่งค่าเรียนนั้นอยู่ที่ประมาณ 3,300-9,000 บาท และครูคนนั้นต้องเป็นผู้จ่ายเอง มีครูต่างชาติจำนวนมากยืนยันที่จะไม่ไปลงเรียนคอร์สนี้ บางคนถึงกับตัดสินใจเลิกสอนในเมืองไทยและไปสอนที่ประเทศอื่นแทน เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น

         เท่าที่ฉันรู้ ประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครูต่างชาติได้รับเงินเดือนเยอะกว่าสอนที่ไทย รวมถึงการจะได้รับใบอนุญาติทำงานเป็นครูและวีซ่าทำงานนั้นก็ไม่ยากเหมือนเมืองไทย โดยปกติแล้ว ชาวต่างชาติที่ไม่มีวีซ่าทำงานจะอยู่ในเมืองไทยได้ 3 เดือนในสถานะนักท่องเที่ยว ดังนั้นเมื่อครบ 3 เดือนแล้ว ก็ต้องเดินทางออกไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา แล้วจึงกลับเข้ามาไทยใหม่อีกรอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ารำคาญใจมาก ดังนั้นครูจำนวนมากตัดสินใจไปสอนที่ประเทศอื่นดีกว่า

         พูดตามตรง ฉันคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นองค์กรที่แย่ที่สุดของรัฐบาลที่ฉันเคยทำงานร่วมด้วย มีครั้งหนึ่งในระหว่างที่สอนในโรงเรียนเก่า ฉันเคยช่วยเหลือคุณครูวิชาคอมพิวเตอร์คนหนึ่ง สาเหตุมาจากกว่า คุณครูคนนี้ถูกเจ้าหน้าที่จากกระทรวงศึกษาธิการต่อว่าเรื่องการสอนเด็กทำการ์ดวันแม่ เพราะดันสอนเด็กเขียนภาษาอังกฤษบนการ์ดอย่างผิดๆ หรือแม้แต่บางครั้ง ฉันก็เคยได้รับจดหมายหรือแบบฟอร์มจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเขียนมาเป็นภาษาอังกฤษ แต่ไวยากรณ์ที่ใช้นั้น เล่นเอาทำฉันอยากจะโยนทิ้งลงถังขยะซะจริงๆ

         ตอนนี้ประเทศไทยประสบวิกฤติด้านการศึกษาอย่างหนัก นักเรียนไทยไม่ได้ถูกสอนให้รู้จักคิดวิเคราะห์ โดยเฉพาะในโรงเรียนรัฐบาล ห้องหนึ่งมีนักเรียนมากกว่า 50 คน เด็กส่วนมากก็หลับในห้องเรียน ครูก็ไม่ได้สนใจว่านักเรียนฟังที่ครูสอนมั้ย หนังสือและอุปกรณ์การเรียนการสอนก็มีจำกัด เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ก็แทบไม่มี เงินเดือนสำหรับครูต่างชาติก็ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นครูต่างชาติในโรงเรียนรัฐบาลไทย มักจะเป็นผู้ชายฝรั่งมีอายุที่ไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยจริงๆ หรอก


          ในขณะเดียวกัน ระบบการศึกษาในประเทศใกล้เคียง เช่น เวียดนาม มาเลเซีย เกาหลี และจีน ต่างก็ก้าวกระโดดไปแล้ว แต่ประเทศไทยดูจะร่วงลงทั้งด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ .... องค์กรและกระทรวงต่างๆ ในไทยจะถนัดแต่การออกกฏระเบียบใหม่ๆ แต่ไม่รู้วิธีจัดการกฏระเบียบนั้นให้ได้ประสิทธิภาพ สำหรับในความคิดของฉัน สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้คือ....

 ส.อ่านหลังสือ 1. กระทรวงศึกษาธิการต้องให้ความสำคัญกับครูต่างชาติ ครูทุกคนควรจะต้องจบระดับมหาวิทยาลัย และต้องได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรอบรมครูหรือที่เรียกว่า TEFL 
 ส.อ่านหลังสือ 2. ควรเพิ่มเงินเดือนให้แก่ครูทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะทุกวันนี้เงินเดือนของครูนั้นน้อยมากๆ และไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นระยะเวลานานแล้ว 
 ส.อ่านหลังสือ 3. เรื่องใบอนุญาตการทำงานเป็นครู ทุกวันนี้ถือเป็นเรื่องที่วุ่นวายมาก แต่ที่เกาหลี ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย และญี่ปุ่นนั้น การที่ชาวต่างชาติจะได้ใบอนุญาตทำงานเป็นครูนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก แถมยังให้เงินเดือนมากกว่าที่ไทยด้วย ถ้าหากยังยุ่งยากต่อไปแบบนี้ ต่อไปใครจะอยากมาทำงานเป็นครูที่ไทย ?

         ส.ยกน้ิวให้ สุดท้าย ฉันรู้สึกว่า ระบบการศึกษาของไทยน่าจะยังคงแย่แบบนี้ต่อไปอีกนาน และดูไม่มีทีท่าจะเปลี่ยนแปลงได้ในเร็ววันนี้ สังคมไทยดูเป็นสังคมที่ทำอะไรแบบผักชีโรยหน้าในทุกๆ เรื่อง กระทรวงศึกษาธิการไม่ค่อยฟังเสียงของครูทั้งๆ ที่ครูเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าการศึกษาไทยเป็นยังไง ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จำนวนครูต่างชาติในไทยน่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญ ฉันรู้สึกสงสารเด็กไทยมาก เพราะนอกจากจะใช้ภาษาอังกฤษไม่ถูกต้องแล้ว ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าเด็กไทยจำนวนมากก็ยังอ่อนวิชาภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาบ้านเกิดของตนเองอีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.dek-d.com

ออฟไลน์ ซุปเปอร์ฮีโร่

  • คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด คนฉลาดย่อมเป็นเหยื่อของ...คนฉลาดที่แกล้งโง่
  • ประวัติการขาย
  • สมาชิกกลุ่มดาว 6-5
  • *
  • กระบี่อยู่ที่ใจ แค่ไม้ไผ่ก็ไร้เทียมทาน

ออฟไลน์ puiey

  • ทำดีแล้วโดนด่า ดีกว่าพวก "ไม่ทำห่า" แล้วด่าคนอื่น
  • ประวัติการขาย
  • สมาชิกกลุ่มดาว 7-2
  • *
  • ไม่ได้ "เจ้าชู้" จาก...สันดาน แต่.."ประสบการณ์"สอนให้เป็น
วิกฤติจริง ๆ ด้วย ขนาดข้อสอบยังโดนวิจารณ์ กันอย่างกว้างขวาง และนำมาล้อเลียนกันมาก
โกธรกับแฟน ขึ้นสเตตัส "โสด" ถ้าวันนึง แม่มึงโกธร มึงไม่ขึ้นสเตตัส "กำพร้า" เลยเหรอ

 


ร่วมขับเคลื่อนโดย
เว็บไซท์นี้จัดสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสังคมออนไลน์ของชาวหาดใหญ่ - สงขลา สงวนลิขสิทธิ์ © บริษัท บ้านเรา คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นโยบาย | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณา | ร้องเรียน | แจ้งข้อผิดพลาด | ติดต่อเรา | มีอะไรใหม่ในเว็บกิมหยง | คุยกับเว็บมาสเตอร์
เครือข่ายเว็บไซท์ท้องถิ่นไทย [ ตรัง ] [ ขอนแก่น ] [ เชียงใหม่ ] [ เชียงราย ] [ อุดรธานี ] [ หาดใหญ่ - สงขลา ] [ น่าน ] [ พัทลุง ] [ นครศรีธรรมราช ]